|
ขึ้นชื่อว่า
CARDAS เห็นจะไม่ต้องอรรถาธิบายกันมาก "ชื่อของคน เงาของไม้" บางทีก็สามารถอธิบายได้ดีกว่าข้อเขียนเป็นไหนๆ
มีนักเล่นเครื่องเสียงหลายๆ ท่านที่ใช้สายสัญญาณและสายลำโพงของ CARDAS อยู่และก็มีอีกเป็นจำนวนไม่น้อยที่กำลังเก็บสตางค์ไว้ซื้อ
"CARDAS"
มิสเตอร์ George
Cardas ทำสายออกมาหลายรุ่น หลายระดับ ในปัจจุบันรุ่นที่ถือว่าสูงสุดคืออนุกรม
Golden Reference และแน่นอนว่าแพงที่สุดในกลุ่ม หลังจากที่ปล่อย "ของ"
ออกมาเก็บเงินนักเล่นเครื่องเสียงไปทั่วโลกแล้ว Cardas ก็ได้ทำสายไฟ AC ออกมาโดยแบ่งออกเป็นหลายรุ่น
หลายราคา เหมือนกับสายสัญญาณและสายลำโพง สายไฟ AC รุ่น Golden Reference
ที่ได้รับมาทดสอบคราวนี้มีความแตกต่างไปจากรุ่นเดิมตรงที่เปลี่ยนหัวปลั๊กและท้ายปลั๊กเป็น
WATTGATE รุ่น 320i Ag (เดิมเป็นหัว Cardas เอง)
รูปลักษณ์ภายนอกของสาย
AC เส้นนี้ เหมือนกับรุ่น Original คือตัวสายนำสื่อมีขนาดหน้าตัด 5 awg ใหญ่ประมาณหัวแม่มือผู้ชาย
ฉนวนสีดำค่อนข้างหนา แต่ดัดตัวได้ง่าย ไม่แข็งหรือมีน้ำหนักมากจนเกินไป ในการเสียบใช้งาน
ไม่ต้องขัดขืนเมื่อเครื่องเสียงที่ตั้งอยู่มีพื้นที่จำกัด ที่ผิวของสายมีสกรีนบอกรุ่นและยี่ห้อสีทองตลอดเส้น
ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยโรงงานของ Cardas ไม่ใช่เป็นสายผลิตมาจากจีน
ตัวนำภายในเป็นทองแดงบริสุทธิ์
99.99% ฉนวนหุ้มสายภายในเป็น Teflon ตีเกลียวเพื่อลดการอิ่มตัวทางไฟฟ้า (คาปาซิแตนท์)
เวลาที่กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน สายไฟเส้นนี้ถูกออกแบบมาโดยการคำนวณค่าความต้านทานและความเหนี่ยวนำ
(Inductance) เป็นอย่างดีแล้ว จึงมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าไม่มีปัญหากับระบบไฟฟ้าของชุดเครื่องเสียงอย่างแน่นอน
Cardas Gloden Reference Wattgate Power Cord ยาว 1.8 เมตร (รวมหัวและท้ายปลั๊ก)
ราคาขาย 45,000 บาท บริษัท ออดิโอคอมกรุ๊ป จำกัด เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย
ผมทดลองเสียบสายไฟเส้นนี้เข้ากับอุปกรณ์
3 ชนิดคือ 1. อินทิเกรตแอมป์ Melody ของ Century 2. เพาเวอร์แอมป์ Adcom
GPA 545 และเพาเวอร์แอมป์ XAV 120A เบิร์นอินอยู่ราว 100 ชั่วโมง หลังจากนั้นได้ลองสลับเข้าออกกับอุปกรณ์ดังกล่าว
สุดท้ายมาลงตัวกับเพาเวอร์แอมป์ XAV 120A (BAL) ที่ใช้งานอยู่เป็นประจำ ในการทดสอบผมได้ปลดอุปกรณ์เสริมเกี่ยวกับไฟฟ้าทั้งหมดออกและได้ทำการเปรียบเทียบ
A-B เทสต์กับสายไฟ Kimber PK10 ที่ใช้ปลั๊ก Wattgate รุ่นเดียวกัน เพื่อค้นหาบุคลิกของตัวสายนำสื่อเนื้อๆ
ด้วย อ้อ!! ผมไม่ลืมหรอกครับว่าสาย Kimber มีราคาขายถูกกว่า Cardas ถึง 4
เท่าตัว!!!
ผลการทดสอบ
พอเริ่มฟังแบบจริงจังไปได้ซักพักนึง
ผมนึกถึงพี่ที่เคารพนับถือท่านหนึ่งคือ คุณ "J.J." หรือ "เด็กวัด"
หรือ "จงจินต์" ซึ่งปัจจุบันก็เปลี่ยนชื่อไปอีกแล้ว... คนเดียวกันนั่นแหละครับ
พี่เจเจเคยเขียนบทความเอาไว้ว่า "Cardas ทำอะไรออกมาก็มักจะติดบุคลิกเฉพาะตัวของเขามาด้วยไม่ว่าจะเป็นสายหรือปลั๊กไฟฟ้า..."
การทดสอบครั้งนี้ก็ยืนยันสมมุติฐานดังกล่าวให้ชัดเจนมั่นคงไม่มีทรุดหรือโยกคลอนเหมือนสนามบินนานาชาติแห่งหนึ่งแถวๆ
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี่แหละ เป็นอย่างนั้นจริงๆ ครับ ดุลน้ำเสียงที่ได้ยินออกมาในแวบแรกคือความอิ่มเอิบเปี่ยมไปด้วยพละกำลังที่ถ่ายทอดออกมาในจังหวะจะโคนที่ถูกต้องไม่ใช่บ้าพลังกันอย่างเดียว
หากเป็นอย่างนั้นแล้ว ฟังเพลงไม่เพราะหรอกครับ เสียงจะพุ่งสาดออกมาข้างหน้าจนทำให้รู้สึกเครียด
ไม่อยากฟังต่อไป
สำหรับสาย AC
Cardas เส้นนี้ยิ่งฟังก็เหมือนกับว่ามันเชิญชวนให้บิดวอลลุ่มเพิ่มขึ้นไปอีก
เนื่องมาจากมันอัดฉีดกระแสไดนามิกออกมาให้ได้สุดๆ ไม่มีบีบอัดเอาไว้ ความต่อเนื่องรื่นไหลของเสียงกลางนั้นไม่เป็นที่ผิดหวังอย่างแน่นอน
ลำพัง Cardas เองก็มีชื่อในด้านนี้อยู่แล้วนี่ยิ่งบวกปลั๊กไฟฟ้าของ Wattgate
เข้าไปแล้วด้วยท่านใดที่ชื่นชอบฟังเสียงกลางประเภทมีหนังเนื้อแน่นๆ แต่มีความหวานแทรกอยู่ในทุกอณูเห็นทีจะตกหลุมรักสายเส้นนี้อย่างหนึบหนับ
เรียกว่าสาวก Cardas ได้เฮกันอีกครั้ง ความสมดุลของย่านความถี่เสียงมีความกลมกลืนกันในระดับไฮเอนด์
การย้ำน้ำหนักอ่อนแก่ หนักเบา ทำได้อย่างมีศิลปะ สุภาพ แต่ไม่อ่อนยวบ บทจะหนักอย่าง
1812 Overture นี่อิมแพ็คแต่ละเม็ดเล่นเอาห้องสั่นสะเทือนเปรียบประดุจกับเพิ่มซับวูฟเฟอร์เข้าไป
ไม่มีปัญหาหรือข้อติติงใดๆ เกี่ยวกับดุลน้ำเสียงและไดนามิก ให้เต็ม 10 คะแนนครับ
มาถึงคุณสมบัติที่หลายๆ
คนคาดหวังไว้คือเสียงทุ้มหรือเบสเอาไป 9 เต็ม 10 ครับ ในด้านปริมาณและน้ำหนักนั้นยอดเยี่ยม
ให้ทุ้มที่หนักหน่วง เข้มข้นทิ้งตัวลงพื้นได้อย่างต่อเนื่อง แต่สปีดดูเหมือนจะเก็บตัวช้าไปนิด
ฟังกับชุดไม่ใหญ่โตขนาดกลางๆ กลับจะเป็นข้อดีไปเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากจะให้ความรู้สึกที่อิ่มเนื้อและมี
Bass Extension ที่เหมือนกับลำโพงใหญ่ที่ถูกขับด้วยเพาเวอร์แอมป์ข้างละ 250
วัตต์
เสียงสูงนิ่มนวลเปิดปลายด้านบนออกไปได้สุดมีประกายกังวาน
ฮาร์มอนิกมีความสมจริง เสียงเครื่องเป่าลมทองเหลืองของ Harry James ใน CD
สังกัดเชฟฟิลด์แล็ปมีความสดกัดหูนิดๆ แต่ไม่จัดและมีแอมเบี้ยนต์ปรากฏออกมาอย่างชัดเจน
การเว้นวรรคช่องว่างช่องไฟระหว่างชิ้นดนตรีเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่คุณคาดหวังได้เต็มร้อยจากสายไฟของ
Cardas แบ็คกราวนด์น้อยส์สงัดมีการคุมไม่ให้ฟุ้งกระจายหรือตีรวนกลบกันเองจนกระทั่งโฟกัสไม่ชัดเจน
ตรงกันข้าม สายไฟ AC Golden Reference ให้ความเป็นตัวตนของแต่ละเสียงได้อย่างเข้มข้น
อุดมไปด้วยรายละเอียดจนกระทั่งได้ยินบางเสียงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน
อิมเมจขึ้นรูปครองอากาศได้อย่างมีทรวดทรง
ซาวนด์สเตจกว้างขวางแผ่ออกไปทั้งด้านกว้างและด้านลึก จัดระดับกันอย่างมีสัดส่วนที่สวยงาม
ไม่ใช่เพียงชัดเข้มแค่เฉพาะตรงกลางแล้วค่อยจางลงไปเรื่อยๆ สำหรับตำแหน่งเสียงที่ทอดระยะห่างออกไป
หากแต่มันให้ภาพสามมิติที่ชัดเจนไปทั่วอาณาเขตของเวทีเสียง
มีท่านผู้อ่านแจ้งเข้ามาว่าหลังๆ
ผมมักจะทดสอบสายไฟ AC ที่ราคาแพงๆ ทั้งนั้น ไม่เห็นใจนักเล่นเครื่องเสียงที่ฉลาดซื้อประหยัดทรัพย์กันบ้างหรือไร...
มีบ้างไหมประเภทของดีราคายุติธรรมน่ะ? แหม...มีน่ะมีอยู่ครับ
แต่ต้องใช้อุปกรณ์หลายยี่ห้อผสมกันหน่อยเริ่มจากหัวปลั๊กตัวผู้ในระดับราคาไม่เกิน
1,000 บาท ผมเห็นว่ายี่ห้อฮับเบล (Hospital Grade) ให้เสียงที่เป็นกลางดีครับ
ราคาขอองมันอยู่ที่ 650 บาท แต่หากขยับไปที่ 1,200 บาท คุณจะได้หัวปลั๊กยี่ห้อฟูรูเทครุ่น
FI-15 ที่เป็นทรงเหลี่ยมสีดำ เบสจะดีกว่าฮับเบลอยู่พอสมควร ส่วนตัวเส้นนั้นในระดับราคาไม่แพงมีตัวเลือกที่พอจะแนะนำกันได้คือ
Supra Lorad, Van Den Hul Main-stream, Hovland, Kimber PK-5, XAV#2 หรือ
Caroll Krell ส่วนตัวท้ายเส้น หรือ IEC ฟันธงไปเลยว่าต้อง Wattgate รุ่น
320 Ecomony ราคา 950 บาทเท่านั้นรวมทั้งหมดแล้วสนนราคาของสายไฟเส้นนี้จะอยู่ที่ราวๆ
3 พันกว่าบาท (ที่ความยาว 1.8 เมตร) ถ้าอยากให้แบ็คกราวนด์น้อยส์เงียบยิ่งขึ้นไปอีกให้หาซื้อกระเปาะเฟอไรด์ตัวละ
80 บาท (มีขายแถวบ้านหม้อ) มาครอบลงไปที่ตัวเส้นบริเวณใกล้กับท้ายปลั๊กเป็นอันเสร็จพิธี
รับรองได้เลยว่าสายไฟระดับเดียวกับสายสำเร็จรูปจากเมืองนอกราคาแพงกว่าเท่าตัว
แต่อย่าไปเทียบกับพวกไฮเอนด์เลยครับ ท่องไว้... พอเพียง เพียงพอ... มีน้อยใช้น้อย
มีมากใช้มากครับ
|