|
|
| ACG :: Music 2 บทความ โดย "เด็กวัด" |
|
แต่ในความเป็นจริงที่ผ่านๆมา ทั้งด้วยประสบการณ์ของตนเองและสถานการณ์ในแวดวงที่ตนเองได้เข้าไปคลุกคลี เรียนได้ว่าทำให้ลำโพงมีเสียงดังนั้นพอได้ แต่ให้เสียงดี ไม่ง่ายอย่างที่คิด ผมติดค้างลำโพงคู่นี้อยู่นานพอสมควร ทั้งนี้ก็ด้วยเหตุที่ฟังตรวจทานซ้ำๆ อยู่หลายรอบเพื่อให้แน่ใจในคุณภาพที่จะนำเสนอท่านผู้อ่าน กอรปด้วยงานอื่นๆ ก็เข้ามาแทรกเป็นช่วงๆ เรื่องราวของลำโพงคู่นี้จึงไม่ได้ปะติดปะต่อให้เป็นชิ้นเป็นอันเสียที วันนี้ได้ฤกษ์แล้วครับ เรียนท่านผู้อ่านไว้บรรทัดนี้ว่า ลำโพงคู่นี้เป็นลำโพงไทยผลิตคิดทำลำโพงอีกคู่หนึ่งที่น่าสนใจ ลองมาพิจารณาไปพร้อมๆกันนะครับ |
|
รูปลักษณ์และการใช้งาน ก่อนอื่นลองดูที่ชื่อลำโพงนะครับ เจ้าของห้างคือคุณพิเชฐ พัฒนวศิน เป็นอีกผู้หนึ่งที่ถือว่ามีความเชี่ยวชาญและชำชองในการโมดิฟายลำโพง คลุกคลีกับการออกแบบลำโพงมายาวนานนับทศวรรษ ว่ากันว่าฝีมือในการออกแบบจุดตัดแบ่งความถี่(ครอสส์โอเวอร์) ไม่ได้เป็นรองใครเลย เจ้าตัวมีความมุ่งมั่นสูงมากหรือพูดได้ว่า มีความตั้งใจมานานแล้วที่จะผลิตลำโพงภายใต้ชื่อห้างของตน แล้วประสบการณ์ในเชิงนี้ก็ทำให้ความตั้งใจเหล่านั้นเป็นความจริงในวันนี้ อีกระยะหนึ่งก็จะย้ายฐานการผลิตไปยังอังกฤษและอเมริกา ซึ่งเจ้าตัวได้ปูทางวางแผนไว้เป็นอย่างดี หากถึงวันนั้น ลำโพงแบรนด์เนมนี้ ก็คงไม่ใช่ราคาเช่นที่เป็นในขณะนี้แน่นอน (ต้นทุนน่าจะสูงกว่าผลิตในไทย, ในขณะที่ประเทศเหล่านั้นก็พยายามขยายฐานการผลิตมาสู่เอเซีย เพื่อลดต้นทุนโดยเฉพาะค่าแรงงาน) ไม่บ่อยนะครับที่ผมจะลองฟังลำโพงไทยทำแล้วตัดสินใจนำผลพวงนั้นๆมาเล่าขานผู้อ่านในเชิงเสนอผลการลองเล่นลองฟังในกรอบนี้ คราวนี้เป็นอีกครั้งในน้อยครั้งที่ว่ามา ด้วยเหตุที่ลำโพงคู่นี้ มีคุณภาพมากพอที่จะต้องบอกกล่าวหรือพูดถึง ที่สุดก็เพื่อประโยชน์ของท่านผู้อ่านครับ ลำโพง ACG Music 2 เป็นลำโพงสองทางวางหิ้งขนาดเล็ก ในจำนวนทั้งหมด 4 โมเดล ตระกูล Monitor Series (Music 1, Music 2, Music 3, และ Tower Monitor) ออกแบบให้ใช้งานด้วยการจัดวางบนขาตั้งที่มีความสูง 24-25 นิ้ว ตัวตู้ทำจากไม้อัดเอ็มดีเอฟ มีความหนาแน่นสูง ดามโครงสร้างภายในของตู้ภายในอย่างดี ลงสีผิวไม้ลักษณะงานเฟอร์นิเจอร์ อย่างไรก็ตาม, ถ้าพูดถึงงานตู้ของลำโพงไทยแล้ว ผมมีความเห็นเป็นส่วนตัวว่า ยังหายี่ห้อใดข้ามผ่านลำโพงไทย CDE ของคุณสมชัยไปได้ยาก แต่ไม่ได้หมายความว่า ลำโพง ACG ยังขาดความประณีตในส่วนนี้ ซึ่งนั่นขึ้นมุมมองของนักเล่นแต่ละท่าน แน่นอนว่าส่วนนี้เป็นเพียงรูปลักษณ์ภายนอกที่บอกกล่าวคุณภาพเสียงแท้จริงได้ไม่มากนัก วูฟเฟอร์เบสมิดเรนจ์ขนาดเล็ก ก็เป็นของโรงงานที่ผลิตตัวขับลำโพงให้กับลำโพงดังๆ บางยี่ห้อ ซึ่ง ACG มีสต๊อคไว้จำนวนหนึ่ง มากพอที่จะผลิตลำโพงได้หลายคู่ ไดอะแฟรมเป็นกระดาษอาบน้ำยา ขอบเซอราวด์เป็นยางดิบ มีความทนทานในการใช้งานนานหลายปี ที่สำคัญวูฟเฟอร์ขนาด 4.4 นิ้ว เฟสปลั๊ก จับคู่ทำงานสัมพันธ์อย่างลงตัวกับโดมทวีตเตอร์โหละชุบทอง ขนาด 20 มิลล์ ซึ่งก็เป็นทวีตเตอร์ที่มาจากโรงงาน SEAS ซึ่งมีมาตรฐานในการผลิตหรือลำโพงอื่นๆ อีกหลายยี่ห้อ นำไปใช้เช่นกัน อุปกรณ์พาสซีฟในส่วนของครอสส์โอเวอร์ คัดเกรด โดยเฉพาะการไวริ่งสายภายในตู้ เลือกใช้สายโมดิฟายของ Cardas ซึ่งถือเป็นสายโมฯที่มีคุณภาพสูงยี่ห้อหนึ่ง การออกแบบตู้ในภาพรวม ก็ถือว่ามีความมั่นคงหนักแน่นดีทีเดียว (ประมาณจากขนาดและน้ำหนักตู้ควบคู่กัน) ด้านหลังให้ขั้วต่อสายลำโพงชนิดบิดขันของ Cardas เช่นกัน รุ่นที่ผมได้ลองลองฟังตามภาพประกอบบทความนี้ ผมขอให้ทางห้างใส่ขั้วต่อสายลำโพงของ Cardas มาทั้งสองรูปแบบคือ บิดขัน(ไบน์ดิ้งโพสต์) กับชนิดขันเกลียวประกับ ซึ่งเป็นการต่อสายแบบซิงเกิ้ลไวร์ ไม่ใช่ไบไวร์แต่อย่างใด ข้อมูลจำเพาะทางด้านเทคนิค ลำโพงคู่นี้มีความไวทั้งระบบที่ 90 ดีบี ความต้านทานปกติที่ 6 โอห์ม ตอบสนองความถี่ในเรนจ์ตั้งแต่ 20-24,000 เฮิร์ตซ แนะนำให้ขับด้วยแอมป์ที่มีกำลังตั้งแต่ 50-125 วัตต์ต่อข้าง ขนาดสัดส่วนตู้ (กxสxล) 6x12x9 นิ้ว น้ำหนักสุทธิต่อคู่ 12 กิโลกรัม |
|
ชุดและอุปกรณ์อ้างอิง ชุดแรก, อินทิเกรตแอมป์ Thule Audio Spirit IA150B, เครื่องเล่นซีดี Micromega Stage 2 สายสัญญาณ Supra EFF-I, สายลำโพง Cardas Cross, สายไฟเอซีทั้งหมด Hovland Main line ต่อสายไฟเอซีจากสองเครื่องข้างต้น ผ่านปลั๊กลอย Wattgate381, จากปลั๊กลอยต่อเชื่อมด้วยสายไฟเอซีรุ่นเดียวกัน เข้าปลั๊กไฟเอซี Wattgate381 ที่ผนังห้อง อินทิเกรตแอมป์รองรับใต้เครื่องด้วยบล็อกไม้ Cardas สี่ชิ้น จัดวางบนชั้นวางแบบเดี่ยว Solid-Tech, เครื่องเล่นซีดีจัดวางบนแท่นรอง Hi-Fi Base จูนด้านบนของเครื่องเล่นซีดีด้วยแท่ง Topper จำนวน 3 ชิ้น สายสัญญาณสายลำโพงและสายไฟเอซีหลายๆช่วง แขวนลอยด้วยท่อ Floator และ แท่งรองสาย Solid-Tech เพื่อไม่ให้แตะส่วนที่เป็นโลหะของชั้นวางและพื้นพรมโดยตรง ส่วนลำโพงจัดวางบนขาตั้ง Audio Arts รุ่นสามเสา ชุดที่สอง, อินทิเกรตแอมป์ Ayre AX-7, เครื่องเล่นซีดี Ayre CX-7 (ทั้งสองเครื่องได้อัพเกรดเรียบร้อยแล้ว) สายสัญญาณบาลานซ์ Arye XLR Signature, สายลำโพง Vampire ST-II, สายไฟเอซีทั้งหมด Hovland Mail Line ต่อลงปลั๊กลอย Wattgate381, จากปลั๊กลอยต่อด้วยสายไฟเอซี Cardas Golden Reference เข้าปลั๊ก Wattgate381 ที่ผนังห้อง ในส่วนอนาลอคยังคงใช้เครื่องเล่นแผ่นเสียง VPI HW-19 Mk3, โทรอาร์ม SME M2.9, หัวเข็ม Benz Glider ภาคปรีโฟโน Black Cube สายสัญญาณสองช่วง Monster M-1000i วางบนชั้นวาง Target Audio PSF-1 อินทิเกรตแอมป์จัดวางบนชั้นวางเครื่องเสียง
Solid-Tech, เครื่องเล่นซีดีจัดวางบนชั้นวาง Target Audio B-1 ใต้อินทิเกรตแอมป์รองรับด้วย
Dynafoot ตรงกับปุ่มขาตั้งเดิมของเครื่อง จำนวน 3 ลูก จูนบนเครื่องเล่นซีดีด้วย
Topper จำนวน 3 แท่ง แขวนลอยสายไฟเอซีสายลำโพงและสายสัญญาณบางช่วงด้วยท่อ
Floaters และ แท่งรองรับสาย Solid-Tech ลำโพงวางบนขาตั้ง Partlington : Super
Dreadnought (นับเป็นขาตั้งลำโพงรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพเป็นเลิศ) |
|
ผลการลองฟัง
ภายในห้องฟังที่ปรับแต่งอะคูสติคเอาไว้กึ่งซับกึ่งสะท้อนที่ขนาดห้องโดยประมาณ (กว้างยาวสูง) 4x6x2.50 เมตร ลำโพงทั้งคู่ทำงานได้ดีเมื่อวางห่างจากกันที่ 1.83 เมตร (วัดจากโดมทวีตเตอร์แต่ละตัวเข้ากัน) ห่างจากผนังห้องด้านหลังออกมาที่ประมาณ 1.60 เมตร จุดที่นั่งฟังกึ่งกลางระหว่างลำโพงทั้งคู่ห่างออกมาประมาณ 2.20 เมตร เริ่มจากวางลำโพงขนานกัน แล้วค่อยปรับมุมโทอิน มายุติที่ความกลมกลืนของดุลเสียงและมิติเวทีเสียงดีที่สุดในห้องนี้ที่มากกว่า 25 องศา หากนั่งฟังในระยะที่ว่านี้ ก็สามารถมองเห็นแผงหน้าตู้ลำโพงได้เต็มๆ โดยไม่เห็นด้านสีข้างของลำโพงทั้งสองด้าน แม้ข้อมูลจำเพาะระบุว่า มีความไว 90 ดีบีก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติแล้ว เชื่อว่าลำโพงคู่นี้กินวัตต์พอสมควร แอมป์ขนาดเล็กๆที่มีกำลังสำรองน้อยหรือจ่ายกระแสได้มาก อาจไม่ค่อยเหมาะนัก เนื่องจากทำให้สุ้มเสียงที่ได้ออกมาติดไปทางเฉื่อยเล็กน้อย ข้อต่างระหว่างขั้วต่อลำโพงด้านหลังที่มีมาให้เลือกใช้สองแบบทั้งบิดขันไบน์ดิ้งโพสต์และแบบประกบ เมื่อลองย้ายสายลำโพงไปต่อในแต่ละจุด พบว่า ขั้วต่อสายลำโพงแบบประกบ ให้คุณภาพเสียงดีกว่ามาก ไม่ว่าความเอิบอิ่มของเนื้อเสียง การให้มวลเสียงและสเกลที่มีสัดส่วนอย่างเหมาะสม รวมถึงทุ้มที่ให้ปริมาณและควบคุมโฟกัสได้ดีกว่า คุณสมบัติที่น่าสนใจและทำให้ผมสนใจมาตั้งแต่แรกที่ได้ลองฟังชิมลางก่อนพ้นเบิร์นอิน ลำโพง ACG Music 2 นับว่าเป็นลำโพงสองทางวางหิ้งขนาดเล็กที่ร่ำรวยความต่อเนื่องลื่นไหล แน่นอนครับ, มันทำให้ฟังได้อย่างสบายหู ไม่มีอาการบีบเค้นเสียงกลางให้ค่อนไปทางกลางสูง แล้วให้เนื้อเสียงออกบอบบาง ตามสไตล์ลำโพงที่มีตัวขับขนาดเดียวกันส่วนหนึ่งแต่อย่างใด เสียงดนตรีที่หลุดผ่านลำโพงคู่นี้ออกมา เต็มไปด้วยความผ่อนคลาย ราวว่าทุกเสียงนั้นๆ หลุดออกมาจากอากาศ มากกว่าจะหลุดหรือดังออกมาจากลำโพง ตัวตนความเป็นเสียงหนึ่งๆ นั้น มีที่มั่นที่หมายแน่ชัด ไม่วูบวาบแม้แต่น้อย และที่น่าพอใจอย่างยิ่งคือความราบรื่นต่อเนื่องของดุลเสียง ตั้งแต่ทุ้มจรดปลายแหลม มีความเสมอสมานต่อเนื่องเป็นกระแสเดียวกัน ไม่ปรากฏอาการสะดุดในช่วงใดให้รับรู้ได้ (ส่วนใหญ่จะดร๊อปหรือโด่งที่บริเวณจุดพาสซีฟครอสส์โอเวอร์ให้พอรับรู้ได้บ้าง) แต่ลำโพงคู่นี้ สอบผ่านในแง่นี้อย่างไร้ข้อติติง เสียงแหลมให้เนื้อเสียงและรายละเอียดเสียงได้ดีมากครับ, แรกที่เห็นด้วยตา(ยังไม่ได้ฟังเสียง) ผมประเมินว่า เสียงแหลมน่าจะนุ่มนวลจนย่อหย่อนในรายละเอียดของเสียง (ด้วยเหตุที่โดมอะลูมิเนียมชุบทองของทวีตเตอร์บางรุ่นมักจะแสดงอาการที่ว่านี้เสมอๆ) แม้จะประเมินไว้ก่อนอย่างนั้นก็ตาม ครั้นได้ฟังเข้าจริงๆ ผิดคาดครับ ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดไว้เลย เสียงแหลมกลับมีความนุ่มนวล แต่ไม่ได้ทึบเข้มหรือให้มวลที่อิ่มหน้าเกินไป ยังผลให้ถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงเล็กๆ น้อยๆ ในโทนเสียงสูง ออกมาเป็นธรรมชาติ เช่นเสียงฉาบฉิ่งในอัลบั้มต่างๆ โดยเฉพาะแผ่นของ Opus 3 [ 15th Anniversary Sampler / OPUS 3 CD9277 ] เต็มไปด้วยความนุ่มนวลแต่คละเคล้าความสะอาดใสเอาไว้ในปริมาณที่เหมาะสม ต้นเสียงหางเสียง คลอไปด้วยกันได้อย่างน่าพอใจ
น่าสังเกตว่า ลำโพงคู่นี้ถ่ายทอดรายละเอียดต่างๆออกมาได้แนบเนียบ ไปในทิศทางของลำโพงไฮเอ็นด์ขนาดเล็ก หมายถึงไม่เน้นเด่นออกมาทำนองว่ามีรายละเอียด แต่เป็นการถ่ายทอดออกมาพร้อมๆกับอิมเมจความเป็นตัวตน ซึ่งตรงนี้ให้ความกลมกลึง เป็นตัวตนที่แน่ชัด ในขณะที่ฟังได้ว่า ไม่ได้ขาดตกบกพร่องในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ควรอยู่ในโน้ตหรือแนวเพลงนั้นๆ ในย่านเสียงกลาง ไม่ผิดหวัง ใครรักการฟังเพลงที่เน้นเสียงขับร้องไม่ว่าหญิงชาย ลำโพง ACG Music 2 ถ่ายทอดเสียงขับร้องได้อย่างมีลีลา มีชั้นเชิง ประณีต แล้วให้เสียงนักร้องที่ชัดเจนด้วยความกลมกลึงเป็นทรวดทรงที่สามารถได้ยินอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยเนื้อเสียงที่เกลี้ยงเกลา แน่นพอเหมาะ [ Belafonte at Carnegie Hall / CLASSIC COMPACT DISC LSOCD6006 ] สำคัญที่ความต่อเนื่องและไทมิ่งที่ทำให้เพลงนั้นๆ ไพเราะน่าฟังทีเดียว ต้องเห็นด้วยกับการออกแบบจุดตัดลำโพงเล็กๆ ที่มีตัวขับไม่ใหญ่เกินหนึ่งฝ่ามือ ทำให้ถ่ายทอดย่านเสียงกลางได้อย่างโอ่อ่า มีชั้นเชิงอย่างนี้ ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะหากฟังกันโดยไม่มองลำโพงแล้ว เสียงนักร้องหรือเสียงกลางจำพวกเปียโน, ไวโอลิน, แซกโซโฟน ฯลฯ น่าจะมาจากลำโพงที่มีขนาดใหญ่กว่าที่เห็นแน่แท้ ไม่เพียงเท่านั้น, ย่านเสียงกลางกับย่านเสียงแหลมทั้งหมด มีความราบรื่นต่อเนื่องกันเป็นกระแสเดียวกัน ด้วยความสะอาดใส เนื้อเสียงอิ่มแน่น ให้รายละเอียดได้ประณีต ลำพังคุณสมบัติเหล่านี้เท่าที่ปรากฏออกมาทั้งหมด ก็นับได้ว่า ลำโพง ACG Music 2 มีความโดดเด่นในคุณภาพที่เหนือชั้น ไม่ได้เป็นรองลำโพงในเรทราคาเดียวกันแม้แต่น้อย บางทีกับคุณลักษณ์ที่ว่านี้
ลำโพงคู่นี้น่าจะเหนือชั้นกว่าลำโพงบางรุ่นที่ราคาสูงกว่านี้ด้วยซ้ำ ! สิ่งที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่งก็คือจังหวะจะโคน และพื้นเสียงที่สงัด [ Ex-Spiral / GML CD604 ] ทำให้การถ่ายทอดชิ้นดนตรีด้านทุ้ม มีการแยกแยะทิศทางและช่องว่างช่องไฟที่ดี ทำให้เกิดท่วงทำนองหรือริธึมที่ทำให้ฟังแล้วเพลินไปกับแนวเพลงประเภทนี้ได้ดีทีเดียว ดุลเสียงและปริมาณ มากพอสำหรับการฟังเพลงคลาสสิคโหมโรง มันทำให้เสียงกลองทิปปานี [ HDCD Sampler / REFERENCE RECORDINGS RR-S3CD ] กระชับและดังสลับออกมาเป็นลูกๆ แม้ว่าทุ้มเหล่านี้ จะไม่เน้นโฟกัสให้ขึ้นขอบสะใจเสียทีเดียว แต่การแยกแยะเหล่านี้ก็ถือว่าลำโพงขนาดเล็กคู่นี้ เอาตัวรอดด้วยคะแนนค่อนข้างดี
ทั้งกว้างและลึก ชนิดหลุดขอบพ้นตู้ลำโพงออกไปไกลๆ เป็นปกติที่มักจะได้ยินจากลำโพงคู่นี้เสมอๆ [ Trittico Frederick Fennell / REFERENCE RECORDINGS RR-52CD ] มิติเวทีเสียงที่ว่า มีดุลยภาพที่ดีมาก เพราะมันสัมพันธ์กับมิติด้านลึกที่ให้ความลึกจนรับรู้ได้ในทุกแผ่นเพลง โดยเฉพาะบรรยากาศของการบันทึกแผ่น นี่กระมังที่เรียกลำโพงคู่นี้ว่า Monitor Series แม้ว่าความชัดคมในด้านโฟกัส ลำโพงคู่นี้ประนีประนอมเอาไว้บ้าง ไม่เน้นให้คมชัดขึ้นขอบชนิดโฟกัสเต็มพิกัด ซึ่งนั่นน่าจะเป็นข้อดีที่ไม่ทำให้เสียงจากลำโพงฟังนานๆแล้วล้าหรือเครียด อีกทั้งการถ่ายทอดสเกลก็มีลักษณะที่ออกมาสมสัดส่วน ตัวเสียงหลักๆ ไม่ได้บอบบางรีดเร้น หรือเสมือนนั่งฟังเพลงไกลจากขอบเวที ซึ่งลำโพงบางคู่มักชูประเด็นเหล่านี้ เพื่อการฟังแรกๆแล้วสะดุดหู แต่เมื่อเล่นหรือฟังกันนานๆ คงต้องถอยหลังออกมา เพราะทำให้เครียดล้าและเจาะจงเกินไป โดยที่คงคุณสมบัติด้านอื่นๆไว้ได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการวางตำแหน่งในเวทีเสียงที่มีความแม่นยำ นิ่ง ให้ทรวดทรงความเป็นตัวตน ใหญ่เล็ก ใกล้ไกล ล้วนสำแดงออกมาได้อย่างจะแจ้ง |
|
ลำโพงขนาดเล็กวางหิ้งหรือวางขาตั้งคู่นี้ มีคุณภาพที่อาจเหนือกว่าลำโพงนอกในเรทราคาที่ใกล้เคียงกันหรือสูงกว่า ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลราบรื่น มีความกลมกล่อมในย่านเสียงกลางไปทางแหลมอย่างเอกอุ ทั้งไม่ได้ลดหย่อนคุณค่าในแง่ของความเป็นดนตรีที่ฟังแล้วเพลิน ให้จังหวะจะโคนที่หนักแน่นน่าฟัง มิติเวทีเสียงดีมากกับการแผ่กระจายตำแหน่งแห่งที่ของความเป็นตัวเป็นตนของแต่ละชิ้นดนตรี ให้เกิดบริเวณที่โอ่อ่า มีตื้นลึก มีสูงต่ำ และแผ่เสียงเข้าโอบล้อมตำแหน่งที่นั่งฟังได้อย่างชัดเจนกับแนวเพลงไฟฟ้า ซึ่งทำได้เกินตัวเกินตู้ทีเดียว รายละเอียดที่สอดแทรกอยู่ในน้ำเสียงเหล่านี้ ก็สำแดงได้อย่างแนบเนียน กลมกลืนเข้ากับดุลน้ำเสียงที่ฟังแล้วผ่อนคลาย ได้สาระ ต่อราคาค่าตัวที่ลดแล้วไม่ถึงสองหมื่นบาท
ผมเชื่อว่านี่คือลำโพงวางหิ้งอีกคู่หนึ่งที่เข้าข่ายคุ้มค่าน่าลองฟัง และควรค่าแก่การแนะนำครับ
|
|
Audiocom
Group Co., Ltd. E-Mail : audiocom@loxinfo.co.th
729 / 40 Rama 3 Rd., Yannawa Bangkok Tel. (662) 295-4772, (662) 255-7983 Fax. (662) 295-4771 |
|
ฝ่ายขาย
ACG Cardas Outlook
Big C Supermarket ถ. ราชดำริ ชั้น 5 ห้อง 10 โทร. 089-142 4772, 089-476 2932 |