|
|
| สายลำโพงและสายสัญญาณ CARDAS AUDIO | |
| ผมมีความเชื่อตามคำกล่าวที่ว่า จินตนาการและประสบการณ์ สามารถสร้างความสำเร็จให้กับชีวิตได้ ผมจะย้อนอดีต เล่าถึงความทรงจำในปี 1970 ผมใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกาเพราะอยากจะเห็นสิ่งต่างๆ ที่หลากหลาย และมีความเจริญก้าวหน้ามากกว่าเมืองไทย ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยี การศึกษา ที่สร้างความสำเร็จให้กับตัวเอง ดังจะเห็นได้จากผู้บริหารต่างๆ ของเมืองไทยที่จบด็อกเตอร์จบเอ็มบีเอ เป็นผู้บริหารของธนาคารและบริษัทเงินทุนต่างๆ ส่วนใหญ่จบการศึกษาจากอเมริกาทั้งนั้น ผมใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกาตั้งแต่ปี 1970 จนกระทั่งปี 1980 ก็ได้กลับสู่เมืองไทย พร้อมด้วยประสบการณ์ในการศึกษาและการทำงาน | |
|
ในปี 1970 ผมศึกษาอยู่อเมริกา พร้อมๆ กับการเล่นเครื่องเสียง ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจกับผมเป็นอย่างมาก การเล่นเครื่องเสียงถือว่าเป็นกิจวัตรประจำวันของผม ในช่วงวันว่างเว้นจากการศึกษาและการทำงาน ผมตื่นเต้นกับการเล่นเครื่องเสียงมาก ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าในยุคนั้นผมมีเพื่อนหลายคนทำงานอยู่ที่บริษัทเครื่องเสียงใหญ่ๆ เช่น JBL ชื่อ คุณดำเนิน โรจนเสถียร เป็นหลานของ คุณบุญชู โรจนเสถียร คุณดำเนิน ได้สร้างลำโพงของเขาเอง โดยการสั่งซื้อพาร์ทต่างๆ จาก INFINITY มาประกอบเป็นลำโพง จึงเป็นเหตุให้มีความสนใจในเรื่องเครื่องเสียงมากขึ้น นอกจากนั้น ผมยังมีเพื่อนๆ อีก หลายคนที่ทำงานอยู่กับบริษัท INFINITY ได้ร่วมกันคิดค้นทำลำโพงให้เสียงดี ในขณะนั้นผมไม่ได้คิดว่าจะเป็นเหตุให้ผมก้าวเข้าสู่อาชีพผู้สร้างลำโพง ดังเช่นในปัจจุบันนี้ แต่สิ่งที่ผมสนใจมากในยุคนี้ ก็คือวิวัฒนาการใหม่ๆ ที่ก้าวเข้าสู่ช่วงของไฮเอ็นด์ ออดิโอ จำได้ว่าผมมีความสนใจ ออดิโอเคเบิ้ลรุ่นแรกๆ คือ Monster Cable ในขณะนั้นผมได้นำมาทดลองฟัง และได้สร้างความประทับใจให้กับผม เพราะว่าในยุคนั้นผมไม่ทราบเลยว่าเครื่องเสียงแต่ละตัวมีความแตกต่างของเสียงทุ้ม กลาง แหลม อย่างไรบ้าง ที่กล่าวมานี้ก็คือการได้รู้จักกับสายลำโพง, สายสัญญาณ MONSTER ที่โด่งดังมากในอเมริกาขณะนั้น เพราะว่ามิสเตอร์ BRUCE เป็นผู้บุกเบิก เป็นเอ็นจิเนียริ่งให้กับ MONSTER CABLE โดยมีชาวจีน คือ มิสเตอร์ ลีเป็นเจ้าของบริษัท ให้ไอเดียในการออกแบบ มิสเตอร์ BRUCE ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทผลิตสาย MIT ในปัจจุบัน ได้คิดค้นพัฒนาสาย MONSTER จนดังมากในยุคนั้น MONSTER ได้ทำสายออดิโอเคเบิ้ลตั้งแต่ปี 1970 จนกระทั่งถึงปัจจุบันและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี |
|
|
|
สายออดิโอเคเบิ้ลต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตประจำวันของผม ที่ได้สัมผัสมาตั้งแต่ปี 1970 จนถึงปัจจุบัน มีหลากหลายยี่ห้อ แต่ผมจะไม่พูดถึง ผมจะเน้นจุดต่างๆ ว่า ออดิโอเคเบิ้ลได้สร้างความประทับใจให้กับผมอย่างไรบ้าง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผมมีความสัมพันธ์กับออดิโอเคเบิ้ลอย่างไร จึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เครื่องเสียงที่จะให้เสียงดี การปรับปรุง อัพเกรดเสียง จะต้องมีสายที่ดีมาช่วย อาจจะมีความสำคัญเป็นอันดับ 1 หรือ 2 นั่นคือจุดหันเหที่ทำให้ผมสนใจเรื่องของออดิโอเคเบิ้ล ผมจำได้ว่าในปี 1979 ผมนำสาย PETERSON มาให้บริษัท อัศวโสภณ เขาไม่สนใจ และบอกว่าเรื่องของสายเป็นปัจจัยรอง แต่สิ่งที่สร้างความฮือฮาให้กับออดิโอไฟล์ในยุคนั้น เกิดขึ้นเมื่อผมได้นำสายสัญญาณ PETERSON ให้นายหั่ง แห่งร้านไฮไฟเฮ้าส์ ไปทำตลาด ช่วงนั้น นายหั่ง ทำตลาดสินค้า POLK AUDIO ทำให้วงการไฮเอ็นด์ในยุคนั้นรู้จักสายเคเบิ้ล PETERSON ผมเองก็นำสาย PETERSON ไปใช้กับเทิร์นเทเบิ้ล LINN LP12 ซึ่งเมื่อก่อนนักเล่นจะใช้สายธรรมดา มีผู้นำเข้าอีกคนหนึ่งที่สั่งสายจากอเมริกา ราคาไม่แพง ผมจำชื่อไม่ได้ แต่ก็ประสบความสำเร็จ สำหรับสายเป็นสายที่เปลี่ยนแปลงความรู้สึกของออดิโอไฟล์ในช่วงปี 1970-1980 ทำวงการไฮเอ็นด์รู้จักกับเสียงที่ดีขึ้น จากการเลือกใช้สายที่ดี ในปี 1973 ผมได้รู้จักกับมิสเตอร์ BILL E.LOW ปัจจุบันเขาคือเจ้าของบริษัทผลิตสาย AUDIOQUEST ตอนนั้นเขาเปิดร้านเล็กๆ อยู่ที่ซานตา มอนิก้า เป็นดีลเลอร์จำหน่ายเครื่องเสียง หลังจากนั้นเขาได้พัฒนาตัวเอง โดยการผลิตสาย AUDIOQUEST สู่ตลาดเครื่องเสียงในช่วงปี 1984 และเขาก็ได้นำสาย AUDIOQUEST สู่ตลาดเครื่องเสียงรถยนต์ |
|
ในปี 1988 ทางออดิโอคอม ได้นำสาย CARDAS AUDIO ซึ่งเป็นพัฒนาการล่าสุดของสายออดิโอ ผ่านการออกแบบมาอย่างโดดเด่น ด้วยดีไซน์อันก้าวหน้า ใช้เทคโนโลยี GOLDEN SECTION STRAINING สามารถพิฆาตเสียงรบกวนต่างๆ ให้เงียบสนิท สร้างบรรยากาศในห้องฟังได้เงียบ สายที่ว่านี่คือสายสัญญาณ CARDAS GOLDEN REFERENCE และสายลำโพงที่เข้ากันได้ดีที่สุดก็คือ CARDAS GOLDEN CROSS ส่วนน้องนุชสุดท้อง คือ CARDAS CROSSLINK ONE'S ที่ผ่านมาสายลำโพงของ CARDAS รุ่นที่นิยมก็คือ สาย X'LINK ONE'S สายรุ่นนี้ใช้สายถัก STRAND ที่ 12 AWG ทองแดงบริสุทธิ์ เป็นรุ่นที่ราคาย่อมเยาที่สุด ผลิตขึ้นด้วยกรรมวิธีการถักไปทางด้านซ้ายและขวาเพื่อให้มวลเสียงคงที่ CONSTANT INDUCTANCE uh/ft/loop = ที่ .11 และ CAPACITANCE pf/ft = 55 หัว STRAND ที่ 12 AWG PURE COPPER LITZ เหมาะสำหรับใช้งานได้ทั้งสายลำโพงและสายไฟ AC และเป็นสายที่มีแกนนำอยู่ภายในจำนวน 4 เส้นด้วยกัน คือ สีแดง เขียว น้ำเงิน เหลือง มี TEFLON และ COTTON ห่อหุ้มตัวนำภายในเพื่อป้องกันสัญญาณรบกวน ป้องกันแบบชีลด์ 2 ชั้น พร้อมหุ้มด้วย NEOPRENE JACKET ข่าวดีอีกก็คือสามารถใช้เป็นสายไฟ DC และ สายลำโพงในรถยนต์ได้ด้วย โดยโครงสร้างสายรุ่นนี้ สามารถเป็นสื่อนำเสียงได้ทั้ง SINGLE WIRE และ BI-WIRE เปลือกนอกของสายเป็นสีน้ำทะเลเข้ม ตัวผิวเคลือบด้วยสีน้ำมัน มีตัวอักษร CROSSLINK ONE'S บนสาย และจะมีลูกศรชี้ทิศทางจากแอมป์ไปที่ลำโพง CROSSLINK ONE'S ถูกนำมาทำเป็นสายไฟ AC เชื่อมต่อปลั๊ก CARDAS ได้ แนะนำว่าหากต้องการใช้สายรุ่นนี้ทำเป็นสาย AC ให้เริ่มจากการนำสายที่มีสีแดงและสีน้ำเงินมารวมกัน ทำเป็นสาย LINE ต่อเข้าไปที่ปลั๊กไฟของ CARDAS สายอีกเส้นคือสีเขียวให้ทำเป็นสายนิวทรอน ส่วนอีกเส้น คือสีเหลืองให้ทำเป็นสายกราวด์ ความยาวของสาย 6 ฟุต แนะนำว่าหากต้องให้สายไฟเส้นนี้คุณภาพเบ่งบานเต็มที่ ต้องใช้เวลาเบิร์น 14 วัน จะได้รายละเอียดออกมาเต็มที่ นับจากวันเริ่มต้นใช้งานจริง สุ้มเสียงที่ได้ จะให้ความหวานของเสียงออกมาเสียงทุ้มมีน้ำหนัก เสียงกลางของวู้ดวิน TONAL BALANCE เป็นธรรมชาติ ขจัดโทนคัลเลอร์ที่แห้งออกไป เสียงร้องที่ได้ยินผ่านเครื่องเล่น CD CAIRN 24/192 kHz มีความแตกต่าง คือดีขึ้นกว่าใช้สายเดิมของ CARIN เองเมื่อฟังเสียงกับเครื่องเล่น CD ผมได้ยินเสียงทุ้มที่มีตัวโน๊ตออกมาชัดเจนกว่า มีมวล ให้ฮาร์โมนิก และมิติเสียงดี เป็นไปตามธรรมชาติ เป็นสายที่มีคุณภาพและราคาที่ดี ราคาเพียงเมตรละไม่เกิน 1,000 บาท การลงทุนเปลี่ยนไปใช้สาย X'LINK ONE'S ความยาว 6 ฟุต รวมหัวของ CARDAS ราคาทั้งชุด 3,600 บาท เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ปรับปรุงเครื่องเสียงให้มีคุณภาพสูงขึ้น เป็นผลดี โดยเฉพาะ ซีดี จะเห็นได้ชัดเจน โดยไม่ต้องไปยุ่งกับวงจรหรืออุปกรณ์อื่นใดในเครื่องเล่น CD เรามาปรับเปลี่ยนสายไฟ AC กันเถอะครับ
|
|
|
บทความพิเศษ จากนิตยสาร WHAT HI-FI?
Magazine ISSN 0857-3509 |
|
|
Audiocom
Group Co., Ltd. E-Mail : audiocom@loxinfo.co.th
729 / 40 Rama 3 Rd., Yannawa Bangkok Tel. (662) 295-4772, (662) 255-7983 Fax. (662) 295-4771 |
|
ฝ่ายขาย
ACG Cardas Outlook
Big C Supermarket ถ. ราชดำริ ชั้น 5 ห้อง 10 โทร. 089-142 4772, 089-476 2932 |