Company Profile Product Special Price Reviews On Test Contact Us Home
NuForce IA-7E : Integrated Amplifier
นิตยสาร Audiophile โดย ภมรเดช หัสเนตร

Small Miracle of Analog Switching Amp.

มีเรื่องมาให้คิดกันลึกๆ ครับระหว่าง “ คนอ้วนกับผอม ” ถ้าให้แข่งเป่าลูกโป่ง นายอ้วนคงเป่าพรวดเดียว แต่นายผอมคงค่อยๆ เป่านานหน่อยกว่าจะได้ลูกโตเท่ากัน แน่นอนว่าเขาต้องเหนื่อยกว่าคนอ้วน

ลมพรวดเดียวจากปากคนอ้วนเปรียบได้กับค่า Peak Power (ค่ากำลังขับสูงสุดในช่วงหนึ่งที่แอมป์ขับได้) ส่วนลมหลายพรวดต่อเนื่องจากคนผอมเปรียบได้กับค่า Continuous Power: RMS (ค่ากำลังขับสูงสุดที่แอมป์ขับได้ต่อเนื่องในช่วงเวลานาน)

สองค่านี้สูสีดู๋ดี๋กัน แอมป์ที่ปั๊มค่า RMS ได้สูง ค่า Peak ก็จะสูงตาม จนบางทีดูสเป็คฯ แล้วน่าตกใจ (สามารถหาอ่านตัวเลขได้จากคู่มือ) นอกจากนี้ยังต้องหาอ่านค่าอื่นอย่างค่าตอบสนองความถี่ออดิโอ ค่าความเพี้ยนทางความถี่ ค่าแดมปิ้งแฟ็คเตอร์ ค่าเนกาทีฟฟีดแบ็ค ฯลฯ ด้วยประกอบกันไป ช่วงเวลาตัดสินใจซื้อแอมป์แล้วต้องพิจารณาค่าต่างๆ ในร้านจำหน่ายที่มีสภาพอะคูสติกต่างกันเพียงอย่างเดียวคงจะช่วยฟันธงได้ไม่ตรงเป้านักสำหรับผู้ไม่แม่นยำจับประเด็นเสียง โดยเฉพาะนักเล่นเครื่องเสียงมือใหม่ทั้งหลาย

ยังไงเสียก็ต้องเทียบเคียง “ น้ำเสียง ” กับ “ ตัวเลข ” คู่กันไป บางแบรนด์ที่พิเศษหน่อยอย่าง NuForce (นู ฟอร์ซ) ตัวนี้เค้ามีจุดเด่นตรงตัวเลข จุดขายตรงน้ำเสียงที่สะกิดอารมณ์ได้โดยง่าย แบรนด์นี้อิมพอร์ตมาจาก Milpitas สหรัฐฯ ในนาม NuForce, INC ที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าคือ ผลิตภัณฑ์ในสังกัดหลายชิ้นกวาดรางวัลเพียบทั้งจาก The Absolute Sound, TAG Golden Ear, 6 Six Moons ฯลฯ และจุดพีคของเขาก็ต่างจากแบรนด์อื่นโดยเฉพาะวงจรขยายแบบ Analog Switching ที่ให้เอาต์พุตกำลังขับมหาศาลด็วยค่าแดมปิ้งที่สูงเกิน 4000!!! พีคเพาเวอร์ได้ถึง 338 วัตต์ ซึ่งเป็นตัวเลขพิสัยสุดสวยในแอมป์ตัวที่จะพูดถึงนี้ (โอ้ ! จอร์จ หลอกเล่นหรือเปล่า)

Small but Hugh 1

ถ้าเกิดไอเดียว่ามีแอมป์ที่สามารถขับลำโพงใดก็ได้ แถมขับได้แจ่ม คุณว่าเสียงมันจะผุดผ่องแค่ไหน แล้วต้องตัวใหญ่บึ้มมั้ย อาการภาพติดตาว่าแอมป์เสียงดังต้องมีบอดี้ใหญ่ในระยะหลังผมว่าเริ่มคลี่คลายแล้ว หลายแบรนด์ อาทิ NAD, AMC, Aura, Bryston, Creek, Arcam, Musical Fidelity ฯลฯ ได้ปรับสรีระแอมป์ให้แบนบางแต่พละกำลังไม่แบนเพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์ “Mini but Maximum” เพราะเดี๋ยวนี้ชาวโลกเค้านิยมของเล็กแต่ประสิทธิภาพสูงกัน (คนรักแอมป์ใหญ่อย่าเพิ่งหงุดหงิดนะครับ)

NuForce รุ่น IA-7E ที่ทดสอบนี้ (ขอบคุณคุณตั้ม ร้าน Sound Box ที่เอื้อเฟื้อข้อมูล) ก็จัดอยู่ในข่าย “ แอมป์เล็กแต่ตัว ” เหมือนกัน แว่บแรกที่เห็นกล่องใส่ มันคล้ายเกมเพลเยอร์หรือไม่ก็เพาเวอร์แอมป์ติดรถยนต์ เนื้องานภายนอกคล้ายกล่องพับได้ ใช้วัสดุอะลูมิเนียมอะโลไดซ์ IA-7E ถูกห่อในซองกระดาษเคลือบพลาสติกสีดำ (คล้ายถุงใส่รองเท้าไฮโซ) อุปกรณ์เสริมที่แถมมาให้มีสายไฟเอซีเกรดมาตรฐานติดหัวปลั๊กขาแบนขวางแบบอังกฤษ ปลายสายมีกระเปาะเฟอไรซ์ (น่าจะทำในจีน) พร้อมมีรีโมตขนาดเหมาะมือและวอลลุ่มพลาสติกหุ้มอะลูมิเนียมให้ถอดเปลี่ยนได้ในโทนสีดำและสีเงิน

คุณตั้มบอกผมว่าอินทิเกรตตัวนี้ไม่เหมือนตัวอื่นที่ใช้รหัสรุ่นนี้ เอ๊ะยังไง ชื่อรุ่น หน้าตาก็พิมพ์เดียวกัน หรือว่าเนื้อมวลสารภายในมันพิสดารกว่า

ทางซาวด์บ็อกซ์ได้ส่งไปอัพเกรดบอร์ดเอาเอาต์พุตและหม้อแปลงใหม่ที่แล็บของ NuForce เพื่อเสริมสมรรถนะให้ปั๊มกำลังขับได้มากขึ้นถึง 150W. (เดิมทำได้ 100W.RMS/338W. Peak ) และจะจำหน่ายรุ่นอัพเกรดนี้เป็นมาตรฐานโดยใช้รหัสรุ่นว่า IA-7E

Small but Hugh 2

จะดูแคลนเรี่ยวแรงแอมป์ตัวนี้เทียบกับหุ่นแบนบางของมันไม่ได้ซะแล้ว โครงสร้างรวมใช้อะลูมิเนียมอะโนไดซ์ไร้เสี้ยนชนิดไฮเกรด ความหนาแน่นสูง (เคาะดูไม่มีเสียงก้อง) น้อตยึดตัวถังกับบอร์ดวงจรใช้แบบฝังติดด้านใน แผงหน้าใช้อะลูมิเนียมหนาราว 1 ซม. ยึดแชสซีด้วยน้อตหกเหลี่ยมตัวเล็ก เพื่อมิให้เกะกะแผงหน้า และเพิ่มความเด่นด้วยวิธีเซาะร่องลึกเป็นเส้นตรงกึ่งกลางแผง มีเพียงลูกบิดคอนโทรลเลือกอินพุตและวอลลุ่มในตำแหน่งขวาของแผงพร้อมไฟแอลอีดีเล็กเรียงแถวใต้ลูกบิดชื่อแบรนด์ NuForce ใช้ฟ้อนต์ตัวหนังสือทรงเหลี่ยมขอบมน ดูไฮเทคดี ด้านล่างมีแถบแดงรับสัญญาณอินฟราเรดจากรีโมต

แผงหลังก็ใช้อะลูมิเนียมแบบเดียวกันแต่บางกว่า ติดตั้งอินพุต/เอาต์พุตเต็มพรืด (มีตัวหนังสือไซส์ใหญ่กำกับ) เครื่องที่ผมได้มาเป็นเวอร์ชั่นอัพเกรดที่วางออดิโออินพุตขั้ว RCA ชุบทองขนาดใหญ่ไว้ด้านขวาถึง 4 ชุด (ตามตัวเลข 1/2/3/4 ) ส่วนเอาต์พุตลำโพงซิงเกิ้ลไวร์เป็นขั้วไบดิ้งโพสต์ชุบทองขนาดเป้งคล้ายยี่ห้อ WBT มีเจาะช่องพลาสติกเพิ่มเพื่อรองรับขั้วเสียบก้ามปูโดยเฉพาะ ซ้ายมือสุดเป็นซ็อคเก็ตรับไฟเอซีเข้าเครื่องที่มีสวิตช์เปิด/ปิดติดมาด้วย รองรับกระแสไฟได้ตั้งแต่ 100-240V. (ปรับอัตโนมัติในวงจร ไม่ต้องโยกสวิตช์ปรับด้านนอก)

แผงบนและล่างเซาะร่องยาวโดยตลอด ที่มุมทั้ง 4 มีฐานรองเครื่องเป็นพลาสติกกลมติดแหวนยางหนาทีเดียว รายละเอียดภายนอกก็มีแค่นี้แหละครับ มันดูเรียบง่ายแต่หนักแน่นอยู่ในที

แอมป์ตัวนี้มีเรื่องให้ใส่ใจพอควรและควรทำตั้งแต่เบิร์นซะด้วย คำแนะนำในคู่มือบอกว่าควรต่อสายไฟที่มีสายกราวด์ให้มัน (ขาที่ 3 ตรงกลางปลั๊กและเต้าเสียบ ส่วนปลายทางกราวด์ก็ต้องต่อสายติดแท่งทองแดงลงพื้นดินส่วนลึกอย่างถูกต้องด้วย) เพื่อให้ไลน์กราวด์นำพาสนามแม่เหล็กส่วนเกินหรือคลื่นไม่พึงประสงค์พวก EMI/RFI ในอากาศซึ่งแพร่สู่ไลน์วงจรผ่านทางตัวถังอะลูมิเนียมไหลลงสู่ดินได้สะดวก (คล้ายแอมป์หลอดบางเครื่อง อาทิ Voila, Hovkand )

คลื่น EMI/RFI มักก่อเอฟเฟ็กต์รบกวนความถี่ออดิโอโดยเฉพาะในย่านสูง ทำให้เมื่อฟังเพลงซึ่งคาบเกี่ยวรายละเอียดในย่านดังกล่าวแล้ว รู้สึกว่าน้ำเสียงทึบอู้ แห้งผาก ขาดประกายสดใส

นั่นคือมลภาวะทางเสียงที่ NuForce เกรงยิ่งนัก ! (แอมป์คลาส D มีพิสัยตอบสนองความถี่สูงดีเพียงไหน ก็จะไม่ชอบน้อยส์ในย่านสูงเพียงนั้น)

เหตุใดต้องเกรงถึงขนาดสายไฟเอซีที่แถมมายังติดเฟอร์ไรซ์กระเปาะใหญ่เพื่อช่วยคัดกรองความถี่สูง ตอบได้ว่าก็เพราะ IA-7E ทำงานในโหมดคลาส D ด้วยวงจรอะนาล็อกที่ไม่มีวงจรคอมพิวเตอร์ DSP ใดๆ มาเกี่ยวข้อง วงจรนี้ใช้การรับและขยายกระแสแบบสวิตชิ่งสัญญาณ PWM (Pulse Width Modulation) ซึ่งเน้นทำงานครอบคลุมย่านเสียงกลางถึงสูงเป็นพิเศษ ผมได้ยินเสียงฮีสส่าเป็นฝอยละเอียดดังจากทวีตเตอร์โดมผ้าของ NHT#SuperOne เมื่อผมเสียบไฟตรงเข้าเต้าติดผนังโดยไม่ผ่าน Enhanced & Isolation ที่มีวงจรขจัดคลื่นรบกวนในกระแสคลื่นไม่พึงประสงค์ทำให้เกิดน้อยส์กวนความถี่สูงเป็นช่วงๆ และได้ยินชัดเป็นเสียงจี่เบาๆ บ้างในช่วงหลังฝนตกใหม่ๆ (ความชื้นยังชุ่มโชกสายไฟที่ลากจากเสาไฟฟ้าเข้าบ้าน) หรือแม้แต่สายไฟถูกพาดทับยั้วเยี้ย เมื่อเปลี่ยนไปเสียบไฟจาก Enhanced Plug ของ Viola แล้วอาการข้างต้นดีขึ้นเป็นลำดับ ได้ยินเสียงสูงตลอดย่านสะอาดสะอ้านทีเดียว (ใครไม่เสียบใช้อุปกรณ์ประเภทนี้ก็ไม่ต้องกังวลนะว่าจะได้เสียงไม่ดี)

สำหรับ IA-7E แนะนำให้เบิร์นด้วยเพลงที่มีเลเยอร์ดนตรีไม่มากนัก อย่างบรรเลงกีตาร์ ทรีโอ ควอเต็ด (ผมเลือกใช้อะคูสติกกีตาร์ของคุณธีร์ ไชยเดช) รอพ้น 75 ชม. ไปแล้วเป็นอันว่าพร้อบสำแดงพลัง ขณะเปิดหรือปิดเครื่องจะสังเกตว่ามีเสียงเบาๆ ดังจากเครื่อง (เบาจนแทบไม่ได้ยิน) ถือเป็นภาวะปกติของวงจรครับ

CLASS “D” ดีอย่างไร

แอมป์ตัวนี้ใช้อุปกรณ์อะนาล็อกดีไวซ์ขนาดเล็กในวงจร เน้นรับส่งกระแสรวดเร็วตามรูปแบบวงจรคลาส D ทาง NuForce ไม่อยากให้เรียกว่าแอมป์คลาส D เพราะ D ย่อมาจาก Digital หรือว่าเป็นแค่ตัวอักษรต่อจากคลาส A, B, C เท่านั้น ผมว่าน่าเป็นไปได้ทั้ง 2 กรณี

กรณีแรกสำหรับคำย่อ Digital แอมป์คลาส D ตัวนี้มีวงจรไม่เหมือนตัวอื่นที่ผลิตกันโดยเฉพาะใน Flat TV, เครื่องเล่น MP3 โทรศัพท์มือถือและเพาเวอร์แอมป์ในรถยนต์ซะทีเดียว แปลว่า พื้นฐานวงจรคล้ายกัน จะพูดอย่างนั้นก็ได้ ส่วนใหญ่ภาคขยายที่ใช้วงจรทำนองนี้จะมีวงจรประมวลผลทางดิจิทัลเข้ามาควบคุมการทำงาน เพื่อให้แม่นยำยิ่งขึ้นและมักอยู่ในเครื่องไซส์สะโอดสะอง (Slim) เพรียวตาน่ามองแทบทั้งนั้น บางครั้งเห็นแล้วจึงกระตุ้นให้คิดว่า เล็กแต่ไฮเทคชะมัด (ฟร้อนต์รถยนต์นิยมแอมป์คลาส D เพราะขนาดเล็กแต่ให้กำลังขับมาก)

มันอาจสวนทางกับแนวคิดออกแบบแอมป์ให้มีภาคจ่ายไฟหญ่าย-ใหญ่ หม้อแปลงตัวเป้งคาพาซิเตอร์ตัวบิ๊ก ฮีตซิงก์ก็ต้องใหญ่อีก และวงจร DSP ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เพื่อความเป็นอะนาล็อกสุดขั้ว

IA-7E จัดอยู่ในข่ายที่ว่าครับ ด้วยน้ำหนักเพียงหนึ่งอุ้งมือยก แต่อัดแน่นด้วยเทคนิควงจรที่เรียกว่า Analog Switching Amp ใช้ “ มอสเฟ็ต ” ต่อกันแบบขนานเพื่อสร้างโวลเตจ (แรงดันไฟฟ้า) ให้มีมากขึ้นที่อัตราความเร็ว 500,000 ครั้งต่อวินาที ส่งผลให้ช่วงความกว้างของแอมปลิจูดคลื่นมีมากตามไปด้วยจนเลยระดับการได้ยินปกติของมนุษย์ ทำให้ได้กำลังขับเพิ่มขึ้น วิธีการนี้ยังช่วยลดทอนข้อจำกัดของมอสเฟ็ตบางอย่างที่มักก่อน้อยส์ในย่านความถี่ต่ำ ทำให้เสียงทุ้มที่คาดว่าจะบวมหรือเกร็งหมดไป

นั่นหมายถึงว่าด้วยวิธีสวิตชิ่งแบบนี้ทำให้แอมป์สามารถสวิตช์สัญญาณที่ความถี่แบนด์วิธสูงๆ ได้ ทำให้พิสัยตอบสนองความถี่ทำได้ราบเรียบกว้างขวางถึงระดับ High Bandwidth ตั้งแต่ 20 Hz-50 kHz!! (ลองเอา 1,000 คูณ 50 ดู)

อานิสงส์นี้ทำให้ภาคเอาต์พุตทำอัตราแดมปิ้งแฟ็คเตอร์ (ความสามารถหยุดการสั่นค้างกรวยลำโพงของแอมป์) ได้สูงถึง 4,000!! (โอ้ แม่เจ้า เค้าทำแค่หลักร้อยกัน) ค่านี้ดันให้แอมป์หรูขึ้นในทันที ในเว็บไซต์บอกว่ามันยังขย่มลำโพงได้ไม่จำกัดอิมพีแดนซ์ซะด้วย เรียกว่ากี่คู่ๆ ก็รับได้หมด แถมได้ Low Distortion & Noise ที่ต่ำมากด้วย (ค่า THD<0.1% )

น่าตื่นเต้นมั้ยล่ะ

ในช.ม.ต้นๆ ผมต่อมันกับ NHT (ตู้ปิด Acoustic Suspension ) เน้นว่าต้องเป็น SuperOne ด้วย เหตุว่าตู้ปิดมีอิมพีแดนซ์ต่ำ ความไวก็ต่ำ ขับยากสักนิด ต้องใช้แอมป์เกนเอาต์พุตนิ่งๆ เนียนๆ และมี Peak Power + RMS เยอะสักหน่อย จึงจะปล่อยเสียงได้เปิดกว้างโอ่โถง มีบอดี้เป็นตัวตน NHT คู่นี้เหมาะจะใช้ทดสอบภาคเอาต์พุตของ IA-7E พอดี (ปกติผมใช้ซิงเกิ้ลเอ็นด์หลอดขับ) ภาคฟร้อนต์ใช้ Onkyo#DX7555 (ชิพ Wolfson 24/192 KHz + VLSC + Direct Digital Path ) เชื่อมสัญญาณอะนาล็อกผ่านสายสัญญาณ Monster#M550I, Kimber#PBJ, Monster#Thassos (สลับใช้) สายลำโพงใช้ Nordost Flatline (ซิงเกิ้ลไวร์)

เมื่อเริ่มเปิดเครื่องโดยกดสวิตช์หลังเครื่อง (เอซีอินพุตวางตะแคงคล้ายในคอมฯ) จะมีเสียงรีเลย์ดังตึ้ก ให้กดปุ่ม ON บนรีโมต LED จึงจะสว่างพร้อมใช้งานกรณีปิดเครื่องก็ให้กดปุ่ม OFF ที่รีโมตเพื่อปิดเอาต์พุตเลเวล จากนั้นจึงปิดสวิตช์จ่ายไฟด้านหลัง IA-7E มีวอลลุ่มตั้งแต่เสียงเบาสุดจนดัง + 30 ถึง -70 ดีบี (เพิ่มขึ้น 0.5 ดีบีทีละสเต็ปพร้อมเสียงดังติ๊ก และโชว์สถานะด้วย LED 4 ดวง) ลูกบิดหมุนได้ฟิลลิ่งถนัดนิ้วดี บิดทางขวาเพิ่มความดัง ทางซ้ายลดความดัง การไต่ระดับความดังเกิดขึ้นโดนแทบไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในทันทีเพราะมันจะดีเลย์เวลาให้น้อย วอลลุ่มน้อย-เสียงเบา รายละเอียดชิ้นดนตรีจะยังคงอยู่ในผืนอากาศไม่ผิดแผกจากวอลลุ่มสูง ต่างกันตรงความดังและอาการโอ่โถงที่มากกว่า (อย่าหมุนหลายแก๊ก เพราะนึกว่าเสียงไม่ดัง) ถ้าใช้รีโมตให้กดปุ่ม Up/Down ค้างไว้เป็นสไตล์คอนโทรลเสียงที่ So Cool ทีเดียว ใครได้ใช้งานแล้วจะรู้สึกเหมือนผม

แอมป์ตัวนี้มีวงจรความจำ (Volume Memory) ที่ล็อกอินพุตและวอลลุ่มครั้งสุดท้ายเมื่อใช้งานไว้ ช่วยให้ครั้งต่อไปเมื่อเปิดเครื่องไม่ต้องไปตั้งระดับเสียงใหม่ (คนใจร้อนน่าจะชอบฟังก์ชั่นนี้) แต่อย่าเผลอไปกดวอลลุ่มบนเครื่อง เพราะจะเป็นการยกเลิกใช้เมโมรี่ที่ว่า เครื่องจะกลับไปใช้วอลลุ่มซึ่งถูกตั้งมาจากโรงงาน

แอมป์คลาส D ดีจริงมั้ย

ผมมีหลัก 6 ข้อเอาไว้พิจารณาว่าออดิโอแอมป์ตัวไหนเวิร์ค เหมาะนำไปฟังดนตรี ขออนุญาตเรียงให้อ่านทีละข้อ

  • ทุกระดับความดัง เสียงต้องมีพลังตลอดย่าน เมื่อเร่งดังขึ้น เสียงต้อง Linear ไม่แตกพร่า ไม่จัดจ้าน
  • น้ำเสียงน่าฟังเป็นธรรมชาติไม่ผิดเพี้ยนจากควรจะเป็น
  • เมื่อฟังเบาๆ วอลลุ่มต่ำ ต้องให้รายละเอียดชัดเจนเท่าเทียมฟังดัง (อาจอาศัยกำลังขับ+ความไวลำโพงช่วยด้วย)
  • มีระบบโพรเทคชั่นป้องกันเอาต์พุตช้อตเซอร์กิต โดยไม่ลดทอนคุณภาพเสียง
  • ให้น้ำเสียงเป็นกลาง เข้ากับซิสเต็มต่างๆ ง่าย
  • ไม่สนลำโพงว่ามีอิมพีแดนซ์แบบไหน กี่ไดรเวอร์ เมื่อขับแล้วต้องให้เสียงไม่จัดจ้านแปร่งหู

ที่เหลือเป็นเรื่องดีไซน์รูปร่าง ผิวพรรณ และราคาค่าตัว

ถามว่า IA-7E ตอบถูกทั้ง 6 ข้อหรือเปล่า พิจารณาทีละข้อครับ

แนวเพลงที่อยากแนะนำให้ฟังผ่านแอมป์ตัวนี้คือ “ ทุกแนวดนตรีที่สามารถหามาฟังได้ ” ในครั้งแรกถ้าคุณได้ยินเสียงมัน บางคนอาจนึกว่าเสียงเรียบจังเลย เบสเหมือนน้อย ขาดแรงปะทะกระแทกตึงๆ ไปนิด (ถ้าเป็นคนชอบฟังเบสนำ) แท้จริงแล้วเมื่อพิถีพิถันฟังโดยจับรายละเอียดชิ้นดนตรีและความสมจริงของแนวเพลง และลืมเรื่องหิวเบสไป จะพบว่าน้ำเสียงตลอดย่านของมันมีอณูเนื้อที่สอดคล้องกันชนิดไม่มีรอยปริแตก หรือขอบหยักคมๆ ให้จับฟังได้ ไม่ว่าในช่วงทุ้ม-กลาง-แหลมจนถึงแหลมบนสุด (อณูบรรยากาศ) เรียกว่า “ เนียนแบบไร้ขอบ ”

ชิ้นดนตรีทั้งหมดมีวรรณะผ่องใสสุกสกาวเปรียบกับภาพถ่ายตอนสายๆ (โทน Bright>Dark ) ได้จังหวะและความต่อเนื่องของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นสว่างวาบตรงหน้าเหมือนฟังจากดนตรีจริง (ได้ข้อ 2 ) เห็นชิ้นดนตรีตั้งแต่แถวหน้าเรียงจนแถวสุดท้ายทีละชิ้น รูปวงซ้ายจรดขวาจะมีสัดส่วน 3 มิติชัดเจนและไม่ซ้อนทับกัน รายละเอียดเล็กๆ อย่างเสียงสะกิดสายกีตาร์ เสียงก้องของอัพไรซ์เบส ค้อนเปียโนกระทบรัว แม้แต่เคาะไทรแองเกิ้ลก็ถูกชำแหละตำแหน่งและลักษณะเสียงให้ได้ยินจนหมด

ช่วยให้ดนตรีที่คุ้นหู ฟังแล้วตื่นเต้นขึ้น เกิด “ ภาพประกอบเสียง ” เห็นลีลาเคลื่อนไหวเหมือนกำลังดูหนังประกอบเพลงอยู่

ไฮไล้ต์ความถี่ของมันจัดอยู่ในย่านทุ้มตอนกลางต่อเนื่องถึงแหลมตอนบน ที่ผมไม่เคลมทุ้มต่ำๆ ลึกๆ (จากได้ยินจริง+ข้อมูลในเว็บไซต์) เพราะมันไม่โชว์ทุ้มกระโชกเข้มข้นอย่างนั้น หากแต่ให้รายละเอียดซะมากกว่าไม่ว่าเปิดวอลลุ่มเบาหรือดัง (ได้ข้อ 1 ) ผมลองเร่งวอลลุ่มดังสุด ฟังงาน European Jazz ของ Hitman ( Vol.LED สว่างเต็ม 4 ดวง) น้ำเสียงก็ไม่พุ่งโด่งดังลั่นจนต้องรีบลดวอลลุ่มลงเหมือนแอมป์อื่นๆ หากแต่ค่อยๆ เพิ่มความดังมากขึ้น ความเพี้ยนในย่านเสียงสูงก็ไม่มี อาการเสียงคลิปแตกพร่าก็ไม่ปรากฏ ในย่านเสียงต่ำก็ให้อาการเดียวกัน (ได้ข้อ 6 )

เมื่อลดความดังลงจน LED สว่างแค่ 1 ดวง ชิ้นดนตรีก็ยังคงรายละเอียดและตรึงตำแหน่งในเวทีเสียงเช่นเดิม หากแต่มีเสียงเบาลงแค่นั้น (ได้ข้อ 3 ) ผมค่อนข้างชอบวิธีคอนโทรลเสียงของมัน เพราะไม่ต้องกังวลว่าเปิดวอลลุ่มเท่าไร ดังไปหรือไม่ (เบาไปก็เร่งเพิ่มได้เลย) เมื่อใช้ขับลำโพงต่างความไวอินพุต เอาต์พุตเลเวลก็จะถูกคุมด้วยวิธีสวิตชิ่งโวลเตจ ทำให้ได้กำลังขับที่มากพอควบคุมอิมพีแดนซ์ลำโพงให้ไม่แกว่งกวาด

ผมค่อนข้างเห็นด้วยกับคำวิจารณ์ของบก. ซึ่งค่อนข้างชมชุดปรี/เพาเวอร์ PB+Ref.9 Monoblock (ทดสอบฉบับ 123 ในอัญประกาศ) ไว้ว่า “ ให้เสียงเปิดเผยอย่างอิสระที่สุด ” ทำให้เสียงดนตรีเด้งได้ในอากาศแบบไร้ความเครียดและแทบมองไม่เห็นว่าไดรเวอร์ลำโพงกระเพื่อมตัวหรือมีแรงผลักดัน แต่เสียงกลับผลุบโผล่เต็มไปหมด

“ ให้ความใสแบบทะลุทะลวงแผ่กระจายเป็นวงกว้าง ” ทำให้ปริมณฑลเสียงแผ่เลยล่วงพื้นที่อากาศรายรอบลำโพงออกไปไกล และ “ มีบุคลิกไปในทางมอนิเตอร์ ” ช่วยเผยรายละเอียดทุกอย่างที่ซ่อนเร้นในแผ่นเพลงเหมือนชำแหละหมดเปลือกผ่านลำโพงเกือบจะทุกคู่ที่มันกำราบได้เกือบหมด

IA-7E ตัวนี้ก็เอาดีทั้ง 3 กรณีเยี่ยงเดียวกัน (แม้มันจะทำกำลังขับได้น้อยกว่าชุดปรี+เพาเวอร์หลายขุม) ใครกำลังมองหาปรี+เพาเวอร์สักชุดแบบว่าเล่นให้จบเลย ผมฟันธงให้ PB+Ref.9 แต่ถ้ามีซิสเต็มอยู่แล้ว อยากเปลี่ยนบรรยากาศไปฟังในสไตล์ที่ NuForce มีให้แบบนี้ประกอบกับมีห้องฟังไซส์ไม่ใหญ่นักล่ะก็ ต้องเลือกอินทิเกรตตัวนี้สถานเดียวครับ

ถูกใจคนชอบเสียง Flat

ด้วยว่าน้ำเสียงรวมไม่พุ่งไม่กร้าว บางครั้งฟังว่าราบเรียบขั้น Flat เรียกพี่ และเจือด้วยไอฉ่ำของอณูชิ้นดนตรี ทำให้ฟังเพลินฟังนานได้โดยไม่เครียดอารมณ์ เมื่อฟังกับลำโพงโดมผ้า เสียงสูงจะมีน้ำหนักและสะอาดแผ่ตัวเป็นวงกลม ถ้าบันทึกเก็บบรรยากาศมาดีแอมเบี้ยนต์จะวิ่งวนรอบห้อง และจะได้ยินเสียงสูงพริ้วฉ่ำและมีน้ำหนักยิ่งขึ้นเมื่อฟังกับลำโพโดมโลหะชั้นดี (อาทิ Monitor#Bronze BR2 ) แม้แต่ฟังกับฟลูเร้นจ์ในตู้ปิดหรือตู้โหลดสไตล์ลำโพงดีไอวายสำหรับแอมป์หลอด IA-7E ก็ยังคงให้เสียงเรียบและล้นรายละเอียดในกิริยาเสียงเช่นเดียวกัน

สุดแท้แต่ชอบที่จะฟัง แอมป์ตัวนี้ใช้ง่าย ฟังง่าย ดีไซน์ก็เท่เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ได้ทุกแบบ ระวังเรื่องความร้อนสักนิดเพราะมอสเฟ็ตทำงานแล้วจะเกิดอุณหภูมิระดับหนึ่งแพร่ผ่านสู่ตัวถังอะลูมิเนียม ใครเป็นพลพรรครักดนตรีอะคูสติก แจ๊ส พ๊อพ ซอฟต์ร็อก หรือนิวเอจ และชอบนั่งฟังเพลงไป อ่านไป ดื่มไป คุยไป จนหลับไป ผมว่าคุณเจอแอมป์อะนาล็อกเสียงโดนใจเข้าให้แล้ว

อย่าเพิ่งฝันถึงความมหัศจรรย์ของมอสเฟ็ต โดยไม่ได้ฟังแอมป์ตัวนี้ซะก่อน แล้วจะรู้ว่า ทำไม NuForce ถึงเลือกทำแอมป์คลาส D แบบนี้

ปล. แอมป์ที่พกพาค่าแดมฟิ้งแฟ็คเตอร์สูงอย่าง IA-7E ตัวนี้ จะช่วยให้กรวยลำโพงที่ถูกขับดันเสมือนไร้ความต้านทาน รายละเอียดทุกย่านความถี่จะพรั่งพรูหลั่งไหลให้ได้ยินอย่างหมดเปลือก สุดแต่ฟร้อนต์เอ็นด์และซอฟต์แวร์จะประมวลผลออกมา

ใครมีห้องใหญ่ ควรใช้แอมป์ตัวนี้ขับลำโพงตู้เปิดพอร์ตหลัง ถ้ามีห้องเล็กกะทัดรัด แนะนำให้จับคู่กับลำโพงตู้ปิดหรือตู้เปิดพอร์ตหน้า และถ้าอยากได้ยินเสียงเบส มีรายละเอียดจากระดับเสียงเบาสุดถึงดังสุด ให้เซ็ตอัพแบบ Farfield แต่ถ้าอยากได้รายละเอียดคละเคล้ากันและไม่อยากให้เบสลงลึกลงมากเกินไปให้เซ็ตแบบ Nearfield

Audiocom Group Co., Ltd. E-Mail : audiocom@loxinfo.co.th 
729 / 40 Rama 3 Rd., Yannawa Bangkok 
Tel. (662) 295-4772,  (662) 255-7983 Fax. (662) 295-4771
ฝ่ายขาย ACG Cardas Outlook
Big C Supermarket ถ. ราชดำริ ชั้น 5 ห้อง 10 โทร. 089-142 4772, 089-476 2932