เรียนตามตรงว่า ปกติเวลาต้องทดสอบสายไฟ AC ผมจะกังวลมาก เนื่องจากพบมาเยอะว่าสายไฟ AC มักจะแถมบุคลิกอันไม่พึงประสงค์ได้อย่างมาก อย่างไม่น่าเชื่อ บางสายให้เสียงดังตูมตามขึ้น แต่ไม่น่าฟัง บางสายทำให้ทุกชิ้นดนตรี, นักร้องมีทรวดทรงเป็นก้อนสี่เหลี่ยมหมด บางสายให้เสียงสดใส สว่าง หยุมหยิม เข้มข้นยิ่ง แต่ฟังนานๆ แล้วเหนื่อย, ล้าหู บางสายหวาน อิ่มแต่อั้นตื้อไปหมด ฯลฯ อาการที่สุดกู่เหล่านี้มักเกิดกับพวกสายไฟ AC แพงๆ เสียด้วย
สายไฟ AC บางยี่ห้อก็ใส่ปลอกเสียดูน่าเกรงขามแต่หารู้ไม่ว่า ปลอกเหล่านั้นจะบดบังการสวิงของสนามแม่เหล็ก กักไว้ภายใน เสียงฟังอาจอิ่ม หนาใหญ่ แต่อั้น สวิงไม่ขึ้น ทุ้มกลางแหลมดังเสมอกันไปหมด (หลอกหูว่าเสียงอิ่มทุ้มใหญ่)
สำหรับสาย Cardas ดูแล้วก็เหมือนไม่มีอะไร ปลอกก็ไม่มี นอกจากตัวสายและหัวที่มีขนาดใหญ่พอควร พูดง่ายๆ ว่า ไม่ได้ดูน่าเกรงขามอะไร ซื่อๆ มากกว่า แต่ในความซื่อนี่ซ่อนคมแบบผ้าขี้ริ้วห่อทองทีเดียว
เนื่องจากทางบริษัทผู้นำเข้าไม่ได้ให้รายละเอียดทางด้านโครงสร้างหรือเทคนิคอะไรมา ผมลองเข้าเว็บไซต์ www.cardasaudio.com ก็ไม่พูถึงสายนี้ อาจเป็นเพราะใหม่ล่าสุดจริงๆ จึงคงไม่มีด้านเทคนิคมาคุยกัน
ผลการทดสอบ
ปกติคุณพิเชษฐ์ ผู้นำเข้ามักจะส่งของให้ทดสอบหลังจากผ่านการเบิร์นอินแล้ว ต้องขอชมเชยที่เตรียมความพร้อมให้แก่นักทดสอบขนาดนี้
ในการทดสอบขอให้ดูการทดสอบลำโพง PSB Imagine T-5 ในเล่มนี้ประกอบ เป็นชุดทดสอบเดียวกันทุกอย่าง ทดสอบสาย Cardas หลังจากทดสอบลำโพง PSB ไปแล้ว และเปลี่ยนสายไฟ AC ที่มากับอินทีเกรทแอมป์ Mark Levinson No. 383 (ซึ่งเป็นสายที่ดีมากอยู่แล้ว) มาเป็น Cardas และเปิดเบิร์นอินอีก 3 ชั่วโมง ก่อนเริ่มฟังทดสอบ 3 ชั่วโมง แล้วเอาไปดูหนังอีก 2 ชั่วโมง (ที่ห้องนอน)
แผ่นระนาดเอก (ไทภูลำ) เพลง 1 เสียงตีระนาดเป็นเม็ดๆ ดี แยกแยะระหว่างตัวโน้ตได้ดี ฮาร์โมนิกดี เสียงฉิ่งฉับมีรายละเอียดดี จังหวะจะโคนดี สงีดดี ม่านหมอกในเวทีหายไปจนฟังออกว่า เสียงดี ระนาดจะมีเสียงสะท้อนเบาๆ เป็นเงาซ้อนอยู่ บางครั้งเหมือนมีเสียงซ่า (Noise) เบาๆ ตามหลังตัวโน้ตด้วย จำได้ว่าตอนทดสอบ ลำโพงคู่นี้ใช้สายไฟ AC ที่มากับ No. 383 (ซึ่งเท่าที่เคยเทียบกับสายไฟ AC อื่นๆ ถือว่า ไม่แพ้ใครมาแล้ว) เสียงสะท้อนและเสียงซ่านี้ไม่ได้ยินเพราะม่านหมอกในวงกลบ เพลง 4 ขึ้นต้นสงัดใช้ได้เช่นกัน ได้ยินเสียงสะท้อนตามหล้งเสียงตีระนาดเป็นเงาจางๆ (ปกติไม่สังเกตุ) เสียงโดยรวมของสาย Cardas จะแทบเป็นพิมพ์เดียวกับสายไฟ AC ของ No.383 เลย คือเป็นกลาง, ราบรื่น, ตื่นตัว, ไม่สาก, ไม่จัดจ้าน, ไม่เน้นช่วงความถี่ไหนเป็นพิเศษ สาย Cardas จะโฟกัสดีกว่าสาย AC เดิม เพลง 5 ขึ้นต้นสงัดกว่าเพลง 4 นิดหน่อย ถ่ายทอดจังหวะจะโคนการโยนลูกระหว่างเครื่องดนตรีได้ดี เพลง 6 ขึ้นต้นเสียงตีระนาดลึกไปอยู่หลังเวที สังเกตุว่ารักษาเสียงสะท้อนได้เสมอต้นเสมอปลายตลอดให้เราสังเกตุได้ (ไม่ใช่มีเฉพาะช่วงตอนต้นๆ) แสดงถึงสัญญาณรบกวนที่ต่ำมากของสาย Cardas เพลง 7 สายไฟ Cardas สามารถ “ฉีก” โทนเสียงของเพลงนี้ที่สุด เข้มข้นขึ้นกว่าเพลง 3 – 6 ได้ชัดเจนกว่า สายไฟ AC เดิมเล็น้อย และฟ้องว่า ชิ้นดนตรีจะหลุดลอยออกมาเกือบเป็นแถวกระดานเรียงหนึ่ง กว่าสาย AC เดิมที่ไม่ฟ้องตรงนี้นัก แต่พอเพลง 8 เสียงคมเข้มลดเหมือนเพลง 7 ลอยออกมาเหมือนกัน แต่ทรวดทรงดีกว่า พูดง่ายๆ ว่า สายไฟ AC ของ Cardas ฟ้องการบันทึกมาได้ละเอียดเด่นชัดกว่า (เช่นเดียวกัน เสียงสะท้อนของแต่ละตัวโน้ต Cardas ก็ทำได้โฟกัสและชัดกว่า ยิ่งเพลง 10 ยิ่งบอกว่า สาย Cardas ให้ทรวดทรงเสียงได้ดีมาก (ขณะที่เสียงตีระนาดเป็นเม็ดๆ ดังเป็นหลัก มีเสียง (น่าจะเป็นกรับ) ดังเสริมแทรกเป็นเม็ดๆ เช่นกัน แต่เบากว่า ตลอดเวลา)
แผ่น Ahuthm Basket, A Tasket, A Tisket, A Child’s ของ Brent Lewis เพลง 7 เสียงตีกลองท่อไล่จากซ้ายไปขวาให้ทรวดทรงที่ดีขึ้น ช่วยเพิ่มบรรยากาศได้มากขึ้น เวทีเสียงกว้างดีมาก เสียงหลุดตู้ลำโพงได้ดี เพลง 4 ขึ้นต้นเสียงพายเรือวักน้ำ เสียงคลื่นกระฉอกบนผิวน้ำมีทรวดทรงดีขึ้น แสดงลำดับใหญ่เล็กได้ดี ขึ้นเสียงเขย่ากระบอกที่มีเม็ดทรายภายในรับรู้ถึงความเป็น “เม็ดๆ ทราย” และดังจางไปหลังเวที พูดง่ายๆ ว่า มีเสียงอะไรขึ้นมาจะรับรู้ ติดตามได้ทุกเสียง โดย “น่าสนใจ” ทุกเสียงไม่เหมือนฟังผ่านไปยังไม่สังเกตุได้ ทุกเสียงเป็นพระเอกได้หมด (ด้วยทรวดทรง และรายละเอียดที่ดี) เพลง 5 ขึ้นต้อนเสียงรถไฟเปิดหวูดมาแต่ไกล เสียงหวูดดังมากครั้งกว่าปกติ ตามด้วยเสียงตีกลองท่อที่มีมวล และความกังวาลในท่อดีกว่าที่เคย เพลง 6 ขึ้นต้อนเสียงไก่ขันอยู่ลึกไปหลังเวทีโฟกัสขึ้นกว่าเดิม ตามด้วยเสียงตีกลองท่อที่น้ำเสียงใช่เลยยิ่งขึ้น เสียงร้องของสัตว์ต่างๆ ตั้งใจขึ้น นาทีที่ 1:26 เสียงไก้ร้องฟังได้ “2” ครั้ง แทนที่จะเป็นครั้งเดียวอย่างทุกที นาทีที่ 2:15 เสียงตีกลองท่อเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนกลับมาอย่างเดิม (ปกติไม่รู้สึก) หลังนาทีที่ 4 ของเพลงนี้ เสียงสัตว์ต่างๆ ปรากฏโอบรอบตัวเรา แต่ละตัวมีทรวดทรงดี มากันเยอะมีสูงต่ำ มีไกลใกล้ได้ดีขึ้น เพลง 7 เสียงม้าวิ่งมาแต่ไกลหอบฮักๆ ตามด้วยเสียงตีกลองท่อ วนไปมารอบลำโพงซ้ายที ขวาที แล้วสูงขึ้นๆ แต่ไม่ถึงเพดาน สูงกว่าตู้ลำโพงแค่ครึ่งเมตร (คงมาจากตัวลำโพงได้แค่นี้ เพราะสายไฟ AC เดิมของ No. 383 ก็ได้แค่นี้) เพลง 10 ขึ้นต้นสารพัดเสียงในฟาร์ม สาย Cardas จะให้ความกังวานของแต่ละสียงได้ชัดกว่าที่เคย ตลอดเพลงให้บรรยากาศที่ดีกว่าปกติ รายละเอียดของแต่ละเสียงดีมาก สะอาดหมดจด มิติสูงต่ำยังไม่ดีนัก (เป็นที่ลำโพง) เสียงลอยหลุดจากตู้โอเค แต่ยังไม่ขนาดลอยเกือบถึงเพดาน (เพลงนี้)
แผ่น The Greatest Alto Female Vol. 1 เสียงร้องเพลงจีนเย็นๆ ของสุภาพสตรี เพลง 1 สายไฟ Cardas ให้เสียงร้องที่ดีเหมือนสายเดิม ใกล้เคียงกัน แต่พลง 2 (อารีรัง) นาทีที่ 0:27 เสียงเครื่องดนตรีตวัดเสียงฟังออกว่ามี 2 จังหวะทับซ้อนกัน ไม่ใช่ลากยาวต่อเนื่องเดียวตลอด เสียงตีกลองจะตึงขึ้น และพลังทุ้มลึกดีขึ้นอีกนิด เพลง 4 นาทีที่ 1:25 เสียงหีบเพลงชักสมจริงกว่าทุกครั้ง ตั้งแต่นาทีที่ 2:10 เสียงเย่าลูกกระพรวนเป็นเม็ดๆ ได้ดีกว่าที่เคย
แผ่น Wood ของ Brian Broomberg เพลง 1 ขึ้นต้นเสียงเกาดับเบิ้ลเบสมีน้ำหนักดีขึ้น แสดงลำดับเสียงอ่อน อก่ได้ชัดขึ้น เสียงคมสด เข้มข้นขึ้น รายละเอียดเสียงผิวของเส้นสายดีขึ้น ตามด้วยเสียงเปียโน, กลองชุด (นาที 1: 39) เสียงระเบิดหลุดออกมาได้ดีขึ้น ตลอดเพลงน้ำหนักเสียงดีกว่า เข้มข้นสดกว่าหน่อย บรรยากาศเหมือนแผ่นโอบตัวเราได้ดีกว่า พูดง่ายๆ ว่า กับเพลงนี้ cardas ดีกว่าสาย AC เดิมทุกกรณีกันเลย
ลองกับเครื่องเล่น Blu-ray
ย้ายสายไฟ AC Cardas ไปต่อให้เครื่องเล่น Blu-ray ของ OPPO รุ่น BD-83 ต่อออกสายภาพ HDMI ของ Monster รุ่น HD2000 (ทดสอบเล่มที่แล้ว) เข้าเครื่องฉายโปรเจ็คเตอร์ Acer P1166P เสียงจาก BD-83 เข้าตัวแปลง DAC ของ NPE ออกชุดสเตอริโอ 2-1 Soken ST-12 มีซับ (เป็นชุดง่ายๆ ใช้ในห้องนอน แต่เสียงเหลือกินภาพเกินพอ)
เดิม BD-83 ใช้สายไฟ Furukawa CB-10 (3 เส้น) หัวตัวผู้ C-3 ตัวเมีย Wattgate ซึ่งก็ถือว่าดีกว่าสายไฟ AC ที่แถมมากับเครื่องหลายขุมอยู่แล้วทั้งเสียงและภาพ (ปล่อยเสียง 2 CH)
สาย AC Cardas ช่วยให้ "ทุกอย่าง" ดีขึ้นไปอีก ภาพที่ควบคุมแสงช่วงสว่างได้ดีขึ้น ความคมชัดดีขึ้น รายละเอียดดีขึ้น (เนื่องจากสัญญาณรบกวนลดลง) สีสันภาพฉ่ำสดขึ้น ทรวดทรง และมิติของภาพดีขึ้น (ทั้งสิ่งต่างๆ ในภาพ และความตื้ตลึกเป็นลำดับขึ้น Perspective) พูดง่ายๆ ว่าแม้สิ่งที่ดีขึ้นเหล่านี้ แต่ละอย่างจะไม่มากนัก (สัก 5-7%) แต่เมื่อรวมกันเป็นองค์รวมทำให้ได้ภาพที่น่าดู มีเสน่ห์ และเข้าใกล้การดูจากฟิล์ม มากกว่าดูจากวิดีโอ เมื่อมิติดีขึ้น ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่า ภาพทั้งหมดใหญ่ขึ้นกว่าความเป็นจริงอีก 5% ขณะที่พลังภาพไม่ได้ตกลงด้วย
ในด้านสุ้มเสียง เสียงจะมีเนื้อหนัง (ฮาร์โมนิก) ดีขึ้น 7-10% แจกแจงรายละเอียดของฮาร์โมนิกได้ดีขึ้น (แสดงว่า สัญญาณรบกวนลดลง) ช่องไฟระหว่างเาียงคำพูด เสียงเอฟเฟ็กต์ สงัดสะอาดขึ้น ทรวดทรงเสียงดีขึ้น ถ่ายทอดอากัปกิริยา ลีลาการพูดได้ชัดเป็นธรรมชาติขึ้น ทำให้ฟังเสียงภาษาอังกฤษในฟิล์มได้ง่ายขึ้นมากทีเดียว อีกอย่างคือ ให้ความกังวานที่โฟกัส, ชัดขึ้น เสียงหลุดลอยออกมาได้ดี ทั้งสูง-ต่ำ ด้านลึก และด้านหน้า ยิ่งช่วยเสริมบรรยากาศให้เหมือนอยู่ในเหตุการณ์ยิ่งขึ้นโทนเสียงโดยรวมจะสงบขึ้น
สรุป
สายไฟ AC Cardas รุ่น Golden refference Power Cord นี้ไม่ได้จงใจทำมาเพื่อสร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้ใช้หรือแต่งเติมสีสันใดๆ หากแต่ทำมาเพื่อ "ถ่ายทอด" สิ่งที่ควรจะได้ออกมาอย่างครบถ้วนมากกว่า รวมทั้งตัดทอนของแถมที่เป็นสิ่งรบกวนต่างๆ ออกไปมากที่สุด มันเป็นสายที่ต้องฟังนาน และอย่างพินิจพิเคราะห์ เป็นสายที่มีเสน่ห์ คุ้มค่าน่าใช้ เสียงอย่างเดียว สั้นไปหน่อย น่าจะสัก 1.80 - 2 เมตร จะแจ๋วมาก...
ขอบขอบคุณ หจก. ออดิโอคอม โทร. 0-2683-9148 ที่เือ้เฟื้อให้สายมาทดสอบในครั้งนี้
นิตยสาร What Hi-Fi? แบับเดือนพฤศจิกายน 2553
คอลัมน์ ปกิณกะ โดย ไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ |