สายนำสัญญาณอะนาลอก Cardas Golder Reference XLR Interconnect
“ชัดใส เผยรายละเอียด”
โดย "Blubirdu11"

เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้ลองใช้งานสายสัญญาณอะนาลอกเวอร์ชั่นใหม่ ของ Cardas Audio รุ่น Cross ไปหมาดๆ นับว่าสายรุ่นดังกล่าวยังคงความคุ้มค่าคุ้มราคาอยู่เช่นเดิม โดยมีรายละเอียดปลีกย่อยที่เพิ่มเติมขึ้นมาอยู่มากทีเดียว ไม่นานนักสายนำสัญญาณอะนาลอกยี่ห้อเดียวกันในรุ่นที่สูงกว่าก็เดินทางมาหาผมถึงห้องฟังอีกครั้ง

                ด้วยบุคลิกเฉพาะของสายนำสัญญาณยี่ห้อนี้ นักเล่นฯ นักฟังฯ ที่นิยมชมชอบแนวเพลงขับร้องและผ่อนคลายจะนึกถึงเป็นลำดับต้น ซึ่ง Cardas Audio ทำให้ผู้ใช้งานผิดหวังน้อยนัก มันเป็นสายที่อยู่ในใจผู้ใช้งานหลายต่อหลายคน ไม่ว่านักเล่นฯ นักฟังฯ รุ่นไหนก็ตาม ครั้งหนึ่งในชีวิตจำเป็นต้องขอลองใช้งานสักครั้ง สำหรับผมแล้วสายนำสัญญาณอะนาลอกสองถึงสามรุ่น ถูกนำมาใช้งานในการลองฟังฯ ลองเล่นฯ เครื่องเสียงมามากมาย

                ในอดีตที่ผ่านมาสายนำสัญญาณอะนาลอก Cardas Golden Reference เป็นสายรุ่นเรือธงของยี่ห้อ Cardas แต่ปัจจุบันเวลาเปลี่ยนอะไรๆ ก็เปลี่ยน การไม่หยุดอยู่กับที่คือการพัฒนาที่ดีที่สุด สายนำสัญญาณของ Cardas Audio จึงพัฒนารุ่นสูงสุดเพิ่มเติมมาอีกหนึ่งรุ่น เป็นรุ่นที่เหมาะสมกับผู้ใช้งานที่ต้องการคำว่าที่สุดโดยไม่มีข้อแม้ในเรื่องราคาจำหน่าย สายนำสัญญาณ Cardas Audio รุ่น CLEAR จึงถือกำเนิดมาเป็นรุ่นเรือธงแทนที่รุ่น Golden Reference ไปโดยปริยาย ทำให้รุ่น Golden Reference เป็นรุ่นรองท๊อปในปัจจุบัน

                Cardas Audio กำหนดรุ่นสายนำสัญญาณไว้สิบเอ็ดรุ่น ในแต่ละรุ่นยังคงแบ่งระดับและการใช้งานที่เหมาะสมไว้ด้วยคุณสมบัติเด่นจำเพาะ ในแต่ละรุ่นของ Cardas Audio จึงมีใช้งานในตลาดเครื่องเสียงของบ้านเราอยู่เป็นจำนวนมาก ล่าสุดในเวอร์ชั่นใหม่ของ Cardas Audio ได้มีการเสริมคุณสมบัติที่โดดเด่นและปรับปรุงทางกายภาพภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นเดิม รายละเอียดของการปรับปรุงและพัฒนา ติดตามได้จากรูปลักษณ์การใช้งานที่ผมจะกล่าวในลำดับต่อไป ในครั้งนี้ผมได้รับสายนำสัญญาณของ Cardas Audio รุ่น Golden Reference แบบขั้วปลั๊ก XLR มาลองเล่นอยู่หนึ่งคู่ สำหรับแฟนพันธุ์แท้ของ Cardas Audio คงจะไม่พลาดการติดตามบทความนี้จนจบกระบวนความ

รูปลักษณ์และการใช้งาน

                ครอบครัวของ Cardas Golden Reference มีอยู่หลายเวอร์ชั่น ถ้าลองได้เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Cardas ต่อให้มีสักสิบเวอร์ชั่นก็คงลำดับความถูกต้องทุกรุ่น เท่าที่ผ่านมือผมและตัวแทนจำหน่ายในบ้านเรานำเข้ามาจำหน่ายนับได้สามเวอร์ชั่นกันทีเดียว โดยเวอร์ชั่นแรกตัวสายจะออกสีดำกราไฟต์และมีเอกลักษณ์ของการสกรีนตัวอักษรบนสายที่ดูจะมองยาก เพราะสีของตัวอักษรถูกกลืนลงไปในสีของสาย ในเวอร์ชั่นดังกล่าวจะมีท่อหดรัดที่ขั้วต่อสัญญาณเป็นสีเทาและโลโก้ของยี่ห้อของสายข้างขวาสกรีนเป็นสีแดง ส่วนข้างซ้ายจะสกรีนโลโก้เป็นสีดำที่ท่อหดรัด ในบางล๊อตการจำหน่าย พบว่ามีตัวอักษรสีขาวสกรีนที่ตัวสาย บางล๊อตสกรีนตัวอักษรสีทอง นอกนั้นทางกายภาพภายนอกเหมือนกัน ขั้วต่อนำสัญญาณสีดำของ Nutrick เช่นกัน นับว่าเวอร์ชั่นนี้มีระยะเวลาอยู่ในตลาดเป็นเวลานานมากทีเดียว

เวอร์ชั่นถัดมามีการปรับปรุงเล็กน้อยทางกายภาพ สีภายนอกของตัวสายเป็นสีดำเข้มขึ้นจากรุ่นเดิม การให้ตัวของสายยังคงนุ่มนวลและให้ตัวได้ดีเช่นเดิม จุดสังเกตที่เพิ่มมากขึ้นจากรุ่นเดิมคือท่อหดรัดขั้วต่อนำสัญญาณทั้งสองข้าง เป็นท่อหดรัดสีดำและสกรีนตัวอักษรยี่ห้อสีทองพร้อมระบุข้างซ้ายและข้างขวาของสายเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ L และ R ตามลำดับ อีกหนึ่งจุดที่สัมผัสได้คือ ฉลากหรือห่อบรรจุมีการปรับเปลี่ยนใบรับรองเป็นรุ่นใหม่โดยใช้กระดาษเคลือบผิวมันและปรับปรุงสีของใบรับรอง พร้อมสกรีนเบอร์ของสายไว้ที่ใบรับรองแต่ไม่มีการสกรีนไว้ที่ตัวสายอย่างบางยี่ห้อ เวอร์ชั่นนี้อยู่ในตลาดระยะเวลาหนึ่งจึงมีการพัฒนาปรับปรุงหรือในวงการรถยนต์เรียกว่าไมเนอร์เชนจ์ เป็นลำดับต่อมา

มาถึงเวอร์ชั่นล่าสุดที่อยู่ในมือผม มีการเปลี่ยนแปลงที่บางครั้งอาจใช้คำว่าไมเนอร์เชนจ์ก็น้อยไปนิด อาจจะต้องนิยามว่าบิ๊กไมเนอร์เชนจ์ เริ่มจากสีภายนอกของตัวสายเปลี่ยนเป็นสีดำด้าน คล้ายสีขี้เถ้าบ้านเรา ถ้าจะให้ไพเราะหน่อยก็เป็นสีกราไฟต์ที่เข้มกว่าสายเวอร์ชั่นแรกอยู่พอควร ตัวอักษรบนสายสกรีนไว้ด้วยสีขาวที่ชัดเจนและไม่ลบเลือน ที่ขั้วต่อสัญญาณรุ่นใหม่จะเป็นโลหะชุบโรเดียมผสมทอง พร้อมรัดไว้ด้วยท่อหดรัดสีดำที่ระบุข้างซ้ายและข้างขวาเหมือนเวอร์ชั่นที่สอง ซึ่งจุดแตกต่างนี้เองเป็นจุดเด่นที่พัฒนามาจากรุ่นเดิม และยังลดปัญหาการขาดระหว่างสายภายในกับขั้วต่อสัญญาณที่มักจะหมุนจนขาดได้ในรุ่นเดิม สำหรับรุ่นนี้เรียกว่าขั้วต่อนำสัญญาณแน่นหนาจนไม่สามารถหมุนได้ เท่ากับว่าปัญหาดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นกับสายนำสัญญาณ Cardas Golden Reference XLR รุ่นนี้อีกต่อไป

ว่าด้วยการให้ตัวและโค้งงอของสายในรุ่นใหม่นี้ มีการให้ตัวและยืดหยุ่นได้ดีกว่า ตัวขั้วต่อโลหะดังกล่าวมีการปรับแบบให้แตกต่างจากขั้ว XLR ยอดนิยมทั่วไป โดยขั้วต่อสัญญาณด้านตัวเมียหรือด้านรูเสียบจะใช้ลูกปืนที่กดกับตัวเสื้อของเครื่องเสียงแทนการใช้เดือยกดแบบเดิม สำหรับขั้วฝั่งตัวผู้ยังคงเป็นเดือยแบบสามขั้วเช่นเดิมพร้อมเจาะร่องแบบเดิมเช่นกัน ด้านในของขั้วจะมีร่องสำหรับนำศูนย์ในการเสียบแบบสากลทั่วไป

สำหรับเทคโนโลยีของตัวนำภายใน Cardas Audio ยังคงใช้เทคโนโลยี Golden Section Constant Q, Crossfield และ Pure Copper, Litz ที่เป็นการคิดค้นและวิจัยจาก Cardas Audio เอง จากตัวนำมีการแดมป์ไว้ด้วยท่ออากาศรายล้อมก่อนที่จะหุ้มไว้ด้วยฉนวนเทฟล่อนสองชั้นสีเทาดำเป็นชั้นสุดท้าย ตัวนำมีขนาด 26x3 AWG

สายนำสัญญาณ Cardas Golden Reference XLR บรรจุมาในแพ็กเกจถุงใส พร้อมทั้งเอกสารจาก Cardas Audio สองใบ ใบแรกเป็นใบรับรองว่าสายนำสัญญาณเส้นนี้เป็นสายของแท้พร้อมระบุเบอร์ของสายไว้ที่เอกสารฉบับนี้ชัดเจน อีกหนึ่งใบเป็นเอกสารระบุถึงตัวรุ่นและขนาดความยาวของตัวสาย ในใบรับรองดังกล่าวยังมีการแนะนำระยะการเซ็ตอัพระบบให้มาด้วย ใบรับรองและเอกสารกำกับมีการเปลี่ยนจากรุ่นเก่าดั้งเดิมที่เป็นท่อหดสีเทา

Cardas Golden Reference XLR เส้นที่ได้รับมาลองฟังฯ มีขนาดความยาว 1 เมตร ขั้วต่อสัญญาณแบบบาลานซ์ มีความต้านทานของตัวสาย 7 pf/ft ขนาดของสาย 26x3 AWG มีฉนวนป้องกันสัญญาณรบกวนสองชั้น มีระบบรองรับตัวนำแบบท่ออากาศ นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย หจก. ออดิโอคอม กรุ๊ป โทร. 0-2804-8880-1 ราคาโดยประมาณ 29,000 บาท/คู่ (1 เมตร ขั้ว XLR) (ข้อมูลเดือนพฤษภาคม 2553)

ชุดและอุปกรณ์อ้างอิง

            Cardas Golden Reference XLR คู่นี้เป็นสายใหม่ที่ไม่น่าจะผ่านการใช้งานมาก่อนหน้านี้ เมื่อสันนิษฐานเช่นนั้น ไม่นานนักสายนำสัญญาณ Cardas Golden Reference คู่นี้จึงมาแทนที่สายนำสัญญาณ Cardas Golden Reference เวอร์ชั่นดั้งเดิมทันที ชุดเครื่องเสียงที่ทำหน้าที่เบิร์นอินและใช้ลองฟังในครั้งนี้มีการใช้งานที่หลากหลาย สำหรับชุดหลักๆ มีด้วยกันสองชุดดังนี้

                เริ่มจากชุดแรกประกอบด้วย เครื่องเล่นซีดี Wadia : CD 21, อินทีเกรทแอมป์ Krell : 400xi, ลำโพง Monitor Audio : Studio 2 สลับกับลำโพง B&W DM601S2 จัดวางบนขาตั้ง Epos Stand : ST 12 สูงจากพื้นรวมเดือยแหลมและแผ่นไม้รองด้านบน 24 นิ้ว (สลับกับขาตั้ง Partington Super Dreadnought สูง 24 นิ้ว สีแกรไฟต์)

                สายสัญญาณเป้าหมาย Cardas Golden Reference (XLR), สายลำโพง Furukawa S1 ซิงเกิ้ลไวร์ เข้าขั้ว Monster X Terminator ทั้งสี่ตัว, สายไฟเอซีของเครื่องเล่นซีดี JPS INWALL Power Cord สีแดง เข้าขั้วตัวผู้ Wattgate 330 ขั้วท้าย Wattgate 350 รุ่นเก่า, สายไฟเอซีของอินทีเกรทแอมป์เป็นสาย Audio Quest : NRG 3 ต่อเข้าปลั๊กลอย Cardas รุ่น Eagle ทั้งสองเครื่อง สายไฟเอซี Carol Super Power Cord 16/6 (Terminator by bluebirdu11) ยาว 2.4 เมตร ต่อจากปลั๊กผนัง FIM 880 สีฟ้าเข้าที่ปลั๊กลอยของ Cardas อีกที

                เครื่องเล่นซีดี Wadia : CD 21 วางอยู่บนชั้นวาง Target Audio : B2 ชั้นบน โดยมีอินทีเกรทแอมป์ Krell : 400xi วางอยู่ชั้นล่างของชั้นวาง Target Audio : B2 ที่เครื่องเล่นซีดีวาง Acoustic REVIVE : RIQ-5010 สีน้ำตาลไว้ใต้ขารองเครื่องทั้งสี่ตัว ส่วน Acoustic REVIVE : RIQ-5010W วางใต้ขายางของอินทีเกรทแอมป์ Krell : 400xi ทั้งสี่ตัวเช่นกัน ที่เครื่องเล่นซีดีและอินทีเกรทแอมป์วางทิปโท JJ. รุ่นฉลองห้าปีเว็บไซต์ออดิโอทีมไว้หนึ่งและสองตัวตามลำดับ โดยวางทิปโทไว้บนเครื่องเล่นซีดีตรงกึ่งกลางถาดและวางทับหม้อแปลงของอินทีเกรทแอมป์ไว้ลูกละหนึ่งตัวโดยให้ปลายแหลมทิปโทชี้ขึ้นฟ้า

                ลองฟังต่ออีกครั้งด้วยชุดที่สอง ซึ่งประกอบด้วยเครื่องเล่นซีดี ARCAM : FMJ CD23 dCS Ring DAC plus HDCD, ปรีแอมป์ Audio Research : LS3B, เพาเวอร์แอมป์ NAD : 208 (รุ่นสุดท้าย), ลำโพง Energy : Connoisseur CB-20 สลับกับลำโพง Totem Acoustic : Model 1 Signature ป้ายสีเงินโลโก้สีแดง, วางบนขาตั้ง Focus Audio ขนาด 24 นิ้ว ไม่ได้กรอกทรายทุกชนิด (สลับกับขาตั้ง Partington Super Dreadnought สูง 24 นิ้ว สีแกรไฟต์ไม่ได้กรอกสายใดๆ)

                สายสัญญาณจากเครื่องเล่นซีดีไปปรีแอมป์ Cardas Golden Reference (RCA) ท่อหดเทาตัวหนังสือสีทองยาว 1 เมตร, สายสัญญาณเป้าหมายจากปรีแอมป์ไปเพาเวอร์แอมป์ Cardas Golden Reference (XLR) ท่อหดสีดำตัวหนังสือสีขาวยาว 1 เมตร, สายลำโพง Cardas Cross Bi-wire สีเขียวท่อหดเทายาว 2 เมตร, สายไฟเอซีของเครื่องเล่นซีดี JPS INWALL Power Cord สีแดง เข้าขั้วตัวผู้ Wattgate 330 ขั้วท้าย Wattgate 350 รุ่นเก่า, สายไฟเอซีของปรีแอมป์เป็นสายเดิมที่ติดเครื่องมา, สายไฟเอซี Hovland Main Line Power Cord เข้าขั้วตัวผู้ Wattgate 330 ขั้วท้าย Wattgate 350 รุ่นเก่า เสียบเข้าที่เพาเวอร์แอมป์ โดยสายไฟของเครื่องเล่นซีดีและปรีแอมป์ต่อเข้าปลั๊กลอย Cardas รุ่น Eagle แบบหกช่องเสียบ (เจ.เจ. ปลั๊ก) จากปลั๊กลอยต่อด้วยสายไฟ Cardas Golden Reference Power Cord รุ่นดั้งเดิมท่อหดเทายาว 2 เมตร เข้าปลั๊กผนัง Wattgate 381 ช่องไม่มีดาว อีกช่องต่อสายไฟ Hovland Main Line Power Cord เข้าที่เพาเวอร์แอมป์

                เครื่องเล่นซีดี จัดวางบนชั้นวางของ Target Audio : B1 รองใต้ขายางด้วย Acoustic REVIVE : RIQ-5010 สีน้ำตาล (ลองทั้งวางและไม่วาง), ปรีแอมป์วางบนชั้นวางของ Target Audio : PS F1 ใต้ขายางรองด้วย RIQ-5010W ไว้ทั้งสี่ตัว, เพาเวอร์แอมป์วางไว้บนชั้นวาง Audio Art : Classic 2 ชั้นเดี่ยว ที่ใต้เพาเวอร์แอมป์รองด้วย Dyna Foot สามลูกโดยเอาด้านสีขาวหงายขึ้นบน ด้านบนของเครื่องบริเวณทรานฟอร์เมอร์วาง Acoustic REVIVE : RIQ-5010W ทับไว้หนึ่งตัว พยายามแยกสายต่างๆ ให้ห่างออกจากกัน และยกสายสัญญาณด้วย Small Cardas Cube ส่วนสายลำโพงยกให้ลอยจากพื้นห้องด้วยบล็อคไม้ Cardas ในระบบไฟเอซีและขั้วต่อสายสัญญาณระหว่างเครื่องรวมถึงหม้อแปลงของเพาเวอร์แอมป์ จูนไว้ด้วย Acoustic REVIVE : QR8 ทั้งหมดแปดจุดแปดตัว

                ภายในห้องฟังใช้อุปกรณ์สะท้อนเสียง (แผงดิฟฟิวเซอร์) ของ Handcraft Acoustic 1 ชุด มีทั้งหมดสี่แผงและปรับแต่งอะคูสติกเบื้องต้นด้วยอุปกรณ์ปรับแต่ง ASC Sound Panel ทั้งหมดสี่คู่ โดยวางไว้ด้านหลังลำโพงสองคู่ ด้านข้างลำโพงสองคู่ ด้านหลังลำโพงปรับแต่งด้วยจิกซอว์ของ HIFI Club หนึ่งคู่ ใกล้กันจูนด้วยรูมจูนของ Michel Green 1 คู่ (สีเทา) รูมจูน Michel Green อีกหนึ่งคู่วางจูนไว้ด้านหลังห้อง (สีขาว) จูนเสียงโดยวาง Dyna Foot 3 ลูก ไว้ตรงกึ่งกลางของแผงดิฟฟิวเซอร์แผงกลางด้านหลังลำโพง 1 ลูก และวางไว้ข้างซ้ายและข้างขวาอย่างละ 1 ลูก แผงหลังจุดนั่งฟังวางทิปโท JJ. จูนเสียงด้านบนแผงดิฟฟิวเซอร์สองตัว โดยวางไว้ข้างซ้ายและขวาอย่างละหนึ่งตัวเอาด้านปลายแหลมชี้ขึ้นฟ้า มีอุปกรณ์ปรับความถี่ ABC ของออดิโอคอนซัลแตนท์วางไว้กึ่งกลางแผงหลังอีกที ส่วนแผงด้านข้างทั้งสองแผงจูนเสียงด้วย Dragon Foot (By เดอะหั่ง แห่ง HIFI HOUSE) ลูกใหญ่ตรงกึ่งกลางแผงละ 1 ลูก

                ขนาดของห้องฟังโดยประมาณ กว้าง 3.8 ยาว 6.5 และสูง 2.4 เมตร ผนังด้านข้างเป็นอิฐมอญฉาบเรียบด้วยปูนฉาบทาปิดผิวหน้าด้วยสีน้ำ พื้นไม้เข้าลิ้นวางทับหน้าด้วยพรมบริเวณจากหน้าลำโพงถึงจุดนั่งฟัง จัดวางลำโพงห่างผนังหลัง 170 เซนติเมตร ลำโพงวางห่างกันวัดจากกึ่งกลางลำโพงข้างซ้ายถึงลำโพงข้างขวา 182 เซนติเมตร นั่งฟังห่างจากลำโพง 2.6 เมตร โทอินลำโพงไม่เกิน 20 องศา โดยประมาณ

ผลการลองฟัง

            สายนำสัญญาณอะนาลอกคู่นี้เป็นสายนำสัญญาณใหม่เอี่ยม เมื่อเริ่มเปิดฟังในครั้งแรกมีความต่างจากสายสัญญาณ Cardas Golden Reference รุ่นเก่าดั้งเดิมพอสมควร ย่านเสียงทั้งหมดยังสดสว่างจนถึงขั้นพุ่งใส่และออกจัดจ้านมาก เสียงทุ้มที่มีลักษณะของฐานเสียงที่บอบบางไม่กระชับขาดความกลมกลึงหางเสียงเก็บตัวรวดเร็วเสียงแหลมมีเกรนเสียงที่ปนความหยาบไม่ละเอียดแถมปลายเสียงสะบัดตัวเก็บตัวเร็วมาก เกรนเสียงที่ปนความหยาบผสมผสานความสว่างและรุกเร้าย้ำเสียงแหลมให้ชัดเจนโดดเด่นกว่าย่านเสียงอื่น มวลเสียงออกไปทางกะทัดรัดมากกว่าอิ่มใหญ่ นี่เป็นบทเรียนครั้งแรกที่ได้ฟังสายนำสัญญาณแบบใหม่แกะกล่อง หากเป็นนักเล่นฯ ที่ใจร้อน คงเลิกรากันไปตั้งแต่ชั่วโมงแรกๆ เห็นจะได้

                เมื่อใช้งานผ่านสี่สิบชั่วโมงแรก สุ้มเสียงที่มีเกรนหยาบยังคงมีให้ได้ยินอยู่ตลอดการฟัง ยิ่งเมื่อเทียบกับสายนำสัญญาณรุ่นเก่าดั้งเดิม ของ Golden Reference ที่ใช้งานอยู่ประจำด้วยแล้ว ยิ่งมีความต่างที่ชัดเจน น้ำหนักเสียงย่านเสียงทุ้มที่ออกจะน้อยกว่า สเกลของเสียงที่เล็กกว่า มวลเสียงขับร้องออกกะทัดรัดมากกว่า เด่นที่รายละเอียดของเสียงแหลมทั้งหมดจะเด่นชัดและย้ำเน้นจังหวะได้ดีกว่า ทำให้มีความต่างจากบุคลิกเดิมๆ ของพันธุกรรมสายนี้ ในช่วงแรกที่ลองฟังโดยยังไม่ผ่านระยะการเบิร์นอินพบว่าย่านเสียงกลางสูงจะเผยรายละเอียดได้มากเกินพอดี อาจจะลดขนาดของตัวเสียงลงและลดขนาดของมวลเสียงทุ้มลง อิมแพกต์แรกกระทบที่จะแจ้งกว่ารุ่นเก่าสัมผัสความต่างได้พอควร ที่กล่าวมาเป็นการใช้งานในชั่วโมงที่สี่สิบถึงห้าสิบของสายนำสัญญาณคู่นี้ คงจะต้องให้ผ่านพ้นระยะเวลาเบิร์นอินอีกสักพักเพื่อจะค้นหาบุคลิกที่แท้จริงของสายนำสัญญาณ Cardas Golden Reference รุ่นใหม่คู่นี้

                นับเวลาการใช้งานได้หนึ่งร้อยยี่สิบชั่วโมง อาการที่กล่าวไว้เบื้องต้นได้คลี่คลายและเบี่ยงเบนจากเดิมไปมากพอควร เพื่อตอกย้ำความมั่นใจในการเบิร์นอินของตัวสายอีกครั้ง แผ่นเบิร์นอินระดับโลกอย่าง Purist Audio Design Rev-B จึงถูกนำมาใช้งานเบิร์นอินอยู่หลายรอบ เมื่อเบิร์นอินอยู่ครบในแต่ละรอบจึงทำการปิดเครื่องทั้งหมดพร้อมตัดระบบไฟเอซีทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที เมื่อได้เวลาเหมาะสมจึงเริ่มฟังเพลงที่ชอบใหม่อีกครั้ง ทำอย่างนี้สลับไปอยู่เป็นระยะเวลาหลายวันหลายคืนทีเดียว ไม่นานนักเวลาก็ผ่านมาถึงหนึ่งร้อยห้าสิบชั่วโมง สุ้มเสียงทุกย่านมีความสุภาพมากกว่าเดิมและไม่มีการเปลี่ยนบุคลิกไปมาเช่นช่วงแรกอีกต่อไป คาดว่าน่าจะถึงเวลาที่สายนำสัญญาณคู่นี้พร้อมที่จะใช้งานและถ่ายทอดบุคลิกของตนออกมา นับเวลาได้ราวหนึ่งร้อยห้าสิบชั่วโมงทีเดียว

                คราวนี้เสียงจากสายนำสัญญาณคู่นี้สุภาพขึ้นไปอีกขั้น ความละเมียดละไมในย่านเสียงแหลมตอนบนดีขึ้นมากฟังได้ว่าเสียงแหลมสดใสไร้ความสากเสี้ยน เกรนเสียงมีความละเอียดลดความแข็งกร้าวและความหยาบลงได้ดี ฟังได้ยาวนานและยังจำแนกแยกแยะเสียงของชิ้นดนตรีที่ต่างขนาดและต่างความดังออกจากกันได้โดดเด่นเหนือชั้นกว่ารุ่นเก่าอย่างชัดเจน กับย่านเสียงกลางลงมายันเสียงทุ้มจนทุ้มลึกมีการเก็บตัวได้ดีกว่าเดิม กระชับกระฉับกระเฉง ปริมาณอาจจะเป็นรองรุ่นเก่าบ้าง มีแรงปะทะต้นโน้ตที่ชัดคมและเด็ดขาดมากกว่าเดิม ควบคุมจังหวะเวลาได้แม่นยำขึ้น เพิ่มลีลาและย้ำอ่อนแก่หนักเบาฟังได้ง่าย สมดุลเสียงเข้าที่เข้าทางเป็นรูปธรรมชัดเจนมากขึ้น

                ความสมดุลทั้งด้านกว้าง ด้านลึกและด้านสูงมีความสมดุลกันพอดิบพอดี ความเป็นสามมิติของรูปวงทำได้โดดเด่นไม่เป็นรองความสมดุลของรูปวงแต่อย่างใด ตำแหน่งความสูงของเสียงตรงกึ่งกลางวงให้ตำแหน่งที่เหมาะสมสอดคล้องกับการบันทึกมาของแผ่นเพลงในแต่ละแผ่น ด้านความสูงของเครื่องเป่าจำพวกทองเหลืองเสียงแผดของลมออกมารุกเร้าและดุดันในจังหวะแรงปะทะแรกชัดเจนกว่ารุ่นเดิมมาก (ANTIPHONE BLUES / Arne Domneus proprius PRCD 7744) เสียงลมจากเครื่องดนตรีประเภทแซกโซโฟนแผดเสียงออกมาชัดเจนรุกเร้ามีจังหวะและลีลา ปลายเสียงทอดตัวได้ไกลเสมือนมีไดนามิกเร้นจ์ที่กว้างขวางมากกว่ารุ่นเดิมอยู่มาก

                การกำหนดรูปวงทำได้เด็ดขาดกว่ารุ่นเก่ามิหนำซ้ำมีจุดเด่นที่เสริมจากรุ่นเดิมมากยิ่งขึ้นเช่นแถวหน้าสุดจะอยู่ถอยหลังกับแนวระนาบของลำโพงเล็กน้อย จากนั้นจะถอยร่นลงไปด้านหลังจนสุดโถง ด้านกว้างขยายออกไปถึงผนังห้องฟังด้านข้างจนเกือบจะทะลุผนังออกไป จากนั้นแถวที่สองและสามจะลดหลั่นลงไปอย่างสมดุลไม่มีการซ้อนทับกันระหว่างแถว มีระยะห่างระหว่างแถวอยู่มากกว่าเดิม ขนาดของวงให้ความพอเหมาะไม่เล็ก ชิ้นดนตรีทั้งหมดวางอยู่เต็มพื้นที่และไม่เล็กจนเกินพอดีมีสเกลที่กะทัดรัดกว่ารุ่นเดิม นับว่าวางวงด้านกว้างและด้านลึกได้ความสมดุลทั้งสองด้าน (POSTCARDS : The Turtle Creek Chorale / RR-61CD) การจัดระเบียบระหว่างแถวดูว่าจะเป็นเรื่องที่ทำได้โดดเด่นฉีกแนวรุ่นเก่าเช่นเดียวกัน เมื่อแถวแรกกับแถวท้ายสุดมีระยะห่างกันในรูปแบบสมดุลและโอบล้อมเข้าสู่จุดกึ่งกลางส่งผลให้ได้รูปวงที่หน้ากว้างคล้อยหลังลดหลั่นลงเป็นรูปครึ่งวงกลมและไม่มีการซ้อนทับกันระหว่างเครื่องดนตรีแต่ละชนิด

                การขับร้องประสานเสียงประเภทเพลงสวดที่เป็นจุดเด่นดั้งเดิมของสายรุ่นนี้ (Now The Green Blade Riseth / proprius PRCD 9093) Cardas Golden Reference จำแนกแยกแยะเสียงขับร้องได้ชัดเจนกระจ่างใสไม่มีม่านหมอกปกคลุมตัวเสียง บ่งบอกเสียงที่ขับขานออกมาว่าเป็นเสียงของนักร้องชาย นักร้องหญิง หรือเสียงของเด็ก เสียงที่ขับร้องออกมาจะมีความตั้งใจในการขับร้อง เสียงเสมอสมานกลมกลืนสมดุลกันตลอดทุกท่วงทำนอง วางตำแหน่งความสูงต่ำในแต่ละแถวได้ดีเป็นรูปธรรม แยกแยะช่องว่างช่องไฟของเสียงดนตรีได้เด็ดขาด แต่ละตำแหน่งตรึงแน่นสนิทและมีระยะห่างระหว่างเสียงแต่ละประเภทที่ดีเยี่ยมไม่มีการซ้อนทับบดบังกัน มวลเสียงออกกะทัดรัดกว่ารุ่นเดิมที่เน้นความอิ่มเอิบและความต่อเนื่องของท่วงทำนอง

                ความกังวานของเสียงเปียโนและเครื่องเคาะโลหะต่างๆ มีความกังวานของเสียงเปียโนและเครื่องเคาะโลหะมีเกรนเสียงที่ละเอียดระยิบระยับย้ำเน้นหนักเบานำเสนอออกมาได้น่าฟัง ดูจริงจังและปลดปล่อยเสียงให้หลุดลอยออกมาจากฉากหลังเด่นชัดอยู่ในรูปวงที่เหมาะสม เกือบเกิดอาการขึ้นขอบคมแข็งในบางกรณีที่ใช้กับลำโพงประเภทโดมโลหะทั้งหลาย เสียงที่แผ่วเบาในแถวหลังเด่นชัดมากจนแทบจะเปลี่ยนแนวจากรุ่นเดิมอย่างชัดเจน (TEST CD5 / OPUS 3 CD20000) บรรยากาศรอบตัวเสียงลดลงบ้างเพื่อแลกกับความสดใสและชัดเจน มวลของเสียงพอเหมาะกะทัดรัด จังหวะแรกที่เครื่องดนตรีประเภทนี้เปล่งเสียงออกมามีแรงปะทะของเครื่องดนตรีประเภทโลหะที่ชัดเจนมากกว่าเดิมไปมาก หากเป็นแนวเพลงประเภทเคาะตีทั้งหลายนับว่าแจกแจงรายละเอียดออกมาให้จับต้องได้ตลอดท่วงทำนอง อาจจะได้ผลพวงมาจากการปรับปรุงขั้วต่อนำสัญญาณรุ่นใหม่และการปรับจูนตามสมัยนิยมก็เป็นได้

                เหล่าบรรดาเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายเครื่องสีต่างๆ ถ่ายทอดออกมาอย่างชัดเจนมาก ในความชัดเจนมีความกังวานอยู่ตลอดทุกท่วงทำนอง หางเสียงทอดตัวได้ไกลกว้างขวางและยาวนานจางหายไปอย่างเป็นธรรมชาติมากทีเดียว (Livinton Tyler : ink / Chesky Record JD162) รายละเอียดในตัวเสียงแต่ละเสียงมีอยู่ทุกช่วงเวลา เสียงดีดกีตาร์ในจังหวะที่ตวัดนิ้วลงไปสะท้อนกลับมาฉับพลันตอบสนองได้รวดเร็ว นำเสนอเสียงที่ระดับเบาๆ ได้ชัดเจนพร้อมไต่เพดานเสียงขึ้นไปจนสุดปลายเสียงได้ดีมากยิ่งขึ้น บรรยากาศรายรอบตัวเสียงมีอยู่ประปราย (The Fi/Analogue Production SAMPLER) อิมแพ็กต์แรกกระทบจะแจ้งชัดเจนกันเลยทีเดียว

                เหล่าบรรดาเพลงขับร้องหลากหลายอัลบั้ม Cardas Golden Reference ขับขานออกมาชัดเจนคึกคักและน่าติดตาม เกรนเสียงละเอียดนำเสนอมวลเสียงที่พอเหมาะพอดิบพอดีไม่บวมหนาหรือใหญ่เกินพอดี นักร้องขับขานออกมาด้วยเสียงที่ปนไปด้วยความชัดเจนคล้ายกับว่านักร้องตั้งใจขับร้องให้ดีเยี่ยมมากกว่าเฉื่อยชา นับว่าเสียงขับร้องจะเน้นไปทางสว่างสดใสมากกว่าความอิ่มเอิบ ตัวเสียงชัดเจนจนเกือบจะขึ้นขอบเลยเช่นกัน (SNOW ROSE Ax-SN04.01) ถือว่าบุคลิกในสายรุ่นใหม่นี้เปลี่ยนแนวจากสายรุ่นดั้งเดิมที่เน้นเพียงบรรยากาศขับร้องไปมากขึ้นจากเดิม

                กับย่านเสียงกลางถึงเสียงกลางแหลมทั้งหมดของอัลบั้ม (ART FOR THE EAR / Burmester CD II) นำเสนอออกมาได้ชัดเจนย้ำเน้นหนักเบา ปลายเสียงทอดตัวได้ไกลและจางหายไปอย่างราบรื่นเป็นธรรมชาติ รายละเอียดของนักดนตรีที่เล่นไปพูดไปฟังไปได้ยินแบบจับคำพูดได้ บรรยากาศรอบตัวเสียงพอมีให้รายล้อมบ้างและไม่ซ้อนทับกัน ย่านเสียงนี้ทำให้ฟังเพลงได้ชัดถ้อยชัดคำมากขึ้นและหางเสียงทอดตัวได้ยาวไกลขึ้น แม้ในบางแทร็คที่มีดนตรีสลับซับซ้อนออกไปทางฟุ้ง มั่ว และพุ่งสาดใส่ สำหรับสายนำสัญญาณคู่นี้ทำการจัดระเบียบจังหวะดังกล่าวให้ถ่ายทอดทุกอย่างที่บันทึกออกมาให้ฟังได้ดีย้ำเน้นให้มีจังหวะจะโคน

                เสียงขับร้องของนักร้องชาย ในแทร็คที่เก้า (TEST CD5 / OPUS 3 CD20000) มีความกระจ่างและสดสมจริง รักษาปลายเสียงได้ดีมาก ตัวเสียงขับร้องอาจจะอ่อนบรรยากาศรายล้อมลงบ้าง สเกลของเสียงมีขนาดที่กะทัดรัดเหมาะสม การกำหนดลมหายใจเข้าออกมีเสียงออกมาให้ได้ยินย้ำหนักเบาได้ชัดเจนโดยรักษาจังหวะและลีลาอยู่ตลอดเวลา ในช่วงที่ขับร้องพร้อมการดึงสายกีตาร์ฟังแล้วได้อรรถรสในการฟังแบบดิบๆ ทีเดียว ไม่ต้องพูดถึงบรรยากาศเพราะมันย้ำอยู่ทุกเวลาที่ได้ฟังทุกบทเพลง

                อีกอัลบั้มที่ชื่นชอบ เสียงขับร้องของนักร้องชาย แทร็คที่หกอัลบั้ม (ART FOR THE EAR / Burmester CD III) เสียงที่ขับขานออกมามีพลัง การร้องประสานเสียงชัดเจนจริงจังพอดิบพอดีและไม่ล้ำหน้าเกินเสียงหลัก รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของการดึงสายกีตาร์และเครื่องเคาะโลหะรวมถึงความนวลเนียนของเสียงขลุ่ยถูกปลดปล่อยออกมาได้เด่นชัด เสียงสไลด์กีตาร์ย้ำเน้นชัดเจน ระดับเสียงของนักร้องทั้งหมดอยู่ในรูปเวทีที่เหมาะสม ปลายเสียงนักร้องทอดตัวได้ไกลและยาวนานพร้อมจางหายไปอย่างราบรื่นเป็นธรรมชาติ อีกทั้งมีการควบคุมจังหวะให้ผ่อนหนักเบาในทุกท่วงทำนองได้ดี

                กับเสียงขับร้องจากการขับขานของนักร้องหญิง (CLAIR MARLO : LET IT GO Sheffield Lab CD29) การเปล่งเสียงขับร้องออกมามีขนาดของเสียงที่พอเหมาะไม่หนาไม่อิ่มเอิบเกินพอดี สเกลเหมาะสมและชัดถ้อยชัดคำมาก ตอบสนองจังหวะดนตรีที่ขับขานออกมาได้จะแจ้งและควบคุมน้ำหนักเสียงในแต่ละย่านได้เป็นอย่างดี มีฮาร์โมนิกรายล้อมเสียงขับร้องอยู่บ้าง รายละเอียดปลีกย่อยในบางแทร็คถูกปลดปล่อยออกมาเป็นอิสระหลุดลอยและสัมผัสได้ แถวหลังๆ ยังคงถ่ายทอดรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ออกมาเสมือนมีความชัดใสมากขึ้น ตอบสนองสัญญาณฉับพลันได้ดีโดยไม่พร่าเบลอหรืออืดอาด ไม่มีอาการซ้อนทับบดบังกันในแต่ละเสียงออกมาให้ได้ยิน

                อดีตที่เป็นทีเด็ดของ Cardas Golden Reference กับเสียงขับขาน (AMANDA McBROOM : DREMING/ Gecko Record) เสียงขับร้องมีความชัดใส แก้วเสียงออกสดใสกังวานอยู่ในสเกลเสียงที่พอเหมาะ ช่วงจังหวะเสียงลมจากช่องท้องมีผ่อนหนักเบาสัมผัสได้อย่างชัดเจน ช่วงที่ขับร้องในจังหวะที่รุกเร้าตอบสนองได้สนุกคึกคักตามท่วงทำนอง บรรยากาศรอบตัวเสียงอาจจะลดน้อยกว่ารุ่นเดิมบ้าง แต่แลกมาด้วยการนำเสนอที่เติมความคึกคักมีจังหวะจะโคนในย่านเสียงแหลมตอนกลางไปยันเสียงแหลมสูงสุดและยังรักษาฐานเสียงให้เสริมเติมอยู่ต่อเนื่อง หากเป็นแนวเพลงขับร้องนับว่าเน้นความชัดใสมากกว่าความอิ่มเอิบของมวลเสียง

                มาถึงบทพิสูจน์เสียงแรกกระทบ Cardas Golden Reference จากเสียงกลองใบใหญ่อัลบั้ม (Rain Forest Dream / SAYDISC CD-SDL384) เสียงจากกลองดังกล่าวมีตัวตนและตำแหน่งแห่งหนที่ชัดเจน เสียงกลองที่นำเสนอออกมามีความพอดีกับขนาดของเสียงในแต่ละย่าน อิมแพกต์แรกกระทบอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเรียกว่าเด็ดขาดประมาณนั้น เสียงกลองในแต่ละจังหวะกระชับไม่หย่อนยานย้ำเน้นหนักเบา เสียงทุ้มควบแน่นกลมกลึงเป็นตัวตน ในทุกจังหวะที่หวดไม้กลองลงไปไม่มีคำว่ายั้งมือ ไม้กลองถูกฟาดลงไปอย่างรุนแรงและรวดเร็วพร้อมทั้งมีเสียงที่ตอบสนองออกมาจากหนังกลองทันท่วงที เสมือนปลายไม้กลองกระทบกับหนังกลองได้อย่างอิสระและรวดเร็วรุนแรง

                การถ่ายทอดเสียงออร์แกนท่อ (อัลบั้ม POMP&PIPES! / REFERENCE RECORD/RR-58 HDCD USA) ปลดปล่อยเสียงย่านความถี่ต่ำออกมาได้ด้วยความชัดเจน ขนาดมวลของเสียงเหมาะสมไม่เน้นให้ใหญ่โตมากเกินพอดี หางเสียงแต่ละตัวเป็นอิสระต่อกันเสริมลีลาและแยกแยะการนำเสนอของชิ้นดนตรีได้ดี ทุ้มลึกกลมกลึงฉับไวสะอาดเกลี้ยงเกลา เป็นการเปลี่ยนแนวทางเดิมๆ ของสายรุ่นนี้อย่างชัดเจน

                เสียงกลองจาก (Ultimate Reference CD/WILSON AUDIO WA8008) เสียงกลองที่ถูกตีออกมากระชับและกลมกลึงมีการจางหายไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีการปนกันระหว่างหางเสียงย่านอื่นกับเสียงกลองนี้เลย ที่สำคัญเสียงทุ้มไม่โด่งล้ำหน้าย่านเสียงใด กลับโดดเด่นเสียงแรกกระทบอย่างชัดเจนสดสว่าง พื้นเสียงเข้าขั้นสะอาดสงัดมากทีเดียว

                กับอัลบั้มเดิม การตอบสนองไทมิ่งหรือจังหวะเวลานำเสนอออกมาได้เหมาะสม ไม่ส่อไปในแนวเฉื่อยช้าอืดอาดหรือเร่งรีบแต่ประการใด ช่องว่างช่องไฟชัดเจน พื้นเสียงทั้งหมดสะอาด จังหวะตัวโน้ตเงียบก็เงียบสนิททำได้โดดเด่น มันกำหนดเสียงแต่ละเสียงให้เสนอออกมาอย่างต่อเนื่องย้ำเน้นหนักเบา เพลิดเพลินจากการฟังและฟังได้สนุกสนานมากกว่าผ่อนคลาย จังหวะที่ช้าก็นำเสนอได้ช้าตามแนวเพลง ครั้นจังหวะที่โหมโรงขึ้นไปก็เร่งสปีดตอบสนองได้ฉับพลันทันท่วงที ไม่น่าเชื่อว่าสายนำสัญญาณรุ่นใหม่นี้จะต่อยอดจากรุ่นเก่าได้ดีทั้งจังหวะเวลาและการตรึงตำแหน่งที่แน่นสนิท

                บทเพลงทรงคุณค่าต่างแนวอารยธรรมและวัฒนธรรมอย่างอัลบั้ม (POSTCARDS / REFERENCE RECORD/RR-61) ที่เป็นความร่วมมือของนานาชาติในการรวมเพลง แทร็คแล้วแทร็คเล่าถ่ายทอดช่องว่างช่องไฟได้เหมาะสม เสมอสมานกันในแต่ละตำแหน่ง ไม่มีการมั่ว แถวหลังมีความชัดเจนมากขึ้นถึงขนาดชัดใสทั่วทุกอณูของพื้นเสียง รายละเอียดปลีกย่อยถูกปลดปล่อยออกมาเป็นรูปธรรมจับต้องได้

                กับบทเพลงคลาสสิกวงใหญ่ที่มีหลายท่วงทำนอง แทร็คที่เจ็ดอัลบั้ม (ART FOR THE EAR / Burmester CD III) มันสามารถขับขานออกมาได้ทั้งจังหวะที่เหมาะสม ตำแหน่งที่ชัดเจนมีลีลา ขนาดของเสียงแต่ละตำแหน่งทำได้ตามสัณฐานที่ควรจะเป็น ในช่วงที่โหมโรงก็ควบคุมตำแหน่งให้ตรึงแน่นสนิทไม่แกว่งไกว ทุกช่วงในการกำหนดลมหายใจของนักดนตรีมีบรรยากาศปกคลุมอยู่บ้าง เรียกว่ามีอารมณ์เข้าไปร่วมกับความมันส์ของบทเพลงดังกล่าวตามจังหวะที่คึกคัก

                อีกบทเพลงคลาสสิกวงใหญ่เช่นกันจากอัลบั้ม (THE SYMPHONIC SOUND STAGE D/CD3502) นำเสนอชิ้นดนตรีออกมาได้ครบทั้งวง วางวงวางตำแหน่งได้ชัดใสทุกแถว แถวหลังถอยไปเกือบสุดกำแพง เครื่องดนตรีนับร้อยมีตัวตนที่อยู่ของตนเองชัดเจนไม่ปนทับกันระหว่างแถว ตำแหน่งของชิ้นดนตรีในวงออร์เคสตร้าถูกตรึงไว้แน่นสนิทไม่แกว่งไกว (HOVLAND / HP 100 Preamp TopMusic 8012) แทร็คที่ 1, 11, 12, 13 และ 15 (Musik wie von einem anderen Stern / MANGER) ตัวเสียงและหางเสียงในแต่ละเสียงไม่มีการปนกัน ชิ้นดนตรีถูกแยกแยะมิติและตำแหน่งของแต่ละเสียงให้เป็นอิสระต่อกันและจางหายไปราบรื่นเป็นธรรมชาติ โดยยังพอมีบรรยากาศรายล้อมตัวเสียงให้สัมผัสได้พอประมาณ

                เพลงไทยจากนักร้องคุณภาพเสียงไพเราะของ คุณก้อย ศรัญย่า ส่งเสริมสวัสดิ์ (กล่อมกรุง 1-3 รอ, สิ้นสวาท, อาลัยรัก) เสียงขับร้องของ คุณศรัญย่า ส่งเสริมสวัสดิ์ ออกจะมีขนาดกะทัดรัดฟังแล้วจริงจังปนเสียงแหบแห้งออกมาให้ได้ยินบ้างในบางครั้ง เสียงลมลอดไรฟันและเสียงริมฝีปากเสมือนเสียงนั้นหลุดลอยออกมาจากปากของนักร้องอย่างชัดเจน ทั้งคุณค่าและความหมายของบทเพลงได้ถูกจำแนกและถ่ายทอดออกมาได้ดี ในทุกอักขระของเสียงถูกปลดปล่อยออกมาได้มีชีวิตชีวาชัดเจนและจริงจังเป็นที่สุด

บทสรุป

                การเปลี่ยนแนวทางเดินชีวิตของตนเองมีอยู่สองข้อคือ เปลี่ยนชีวิตไปในแนวที่ดีขึ้น กับเปลี่ยนชีวิตให้ตกต่ำย่ำแย่ลง นั่นอาจจะเป็นชีวิตของมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาเดินดิน กับสิ่งของบนโลกใบนี้ก็เช่นกัน การปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินต่อไปก็คงจะหนีไม่พ้นว่าจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีหรือเปลี่ยนไปในทางที่ไม่ดี มันยากทีเดียวหากคำว่าดีและไม่ดีมีการกำหนดด้วยหลากหลายบรรทัดฐาน

                กับสายนำสัญญาณอะนาลอกในโลโก้ของหอยนอติลูสอย่าง Cardas Audio รุ่นใหม่ ก็ถึงเวลาที่เลือกทางเดินของการเปลี่ยนแปลงบุคลิกในการดำรงไว้ซึ่งสายสัญญาณคุณภาพสูง Golden Reference ในยุคใหม่พอศอใหม่นี้มีการเปลี่ยนแปลงบุคลิกไปจากรุ่นเดิมมาก เป็นการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสากลนิยม สมดุลเสียงทั้งหมดเปิดโปร่งออกไปทางสดใสและจะแจ้ง จำแนกแยกแยะรายละเอียดปลีกย่อยออกมาได้อย่างหมดเปลือก อีกทั้งยังคงความโดดเด่นของรูปวงที่ถอยร่นลงไปจนลึกสุดโถงพร้อมทั้งถ่ายทอดชิ้นดนตรีและรายละเอียดในแถวหลังออกมาชัดเจนสัมผัสได้โดยง่าย ซึ่งในความเด่นดังกล่าวคงต้องยอมลดบางส่วนลงเพื่อให้ได้ส่วนที่ดีมากขึ้น ทำให้สมดุลมากกว่าเดิมไม่เน้นเพียงแนวทางเดิมๆ ของรุ่นที่ผ่านมา

                การแยกแยะเสียงปลีกย่อยกับเสียงหลักๆ หรือไดนามิกคอนทราสต์ทำได้ดีมาก หากเทียบเคียงกับสายรุ่นเดิมมีความเด่นกว่ากันพอควร อาการทึบหรือม่านหมอกที่บดบังเสียงเช่นสายรุ่นเดิมนั้นไม่มีให้สัมผัสได้เลยกับสายรุ่นใหม่นี้ ยิ่งเสียงกลางย่านขับร้องแก้วเสียงใสชัดเจนโดยยังคงบรรยากาศที่สายนำสัญญาณยี่ห้ออื่นทำไม่ได้ไว้บ้างเพื่อแลกกับบุคลิกใหม่ กับย่านเสียงทุ้มที่ฟังแล้วมีพลังกระแทกกระทั้นโดดเด่นกว่าสายรุ่นเก่าอยู่มาก ย่านเสียงกลางลงมายันเสียงทุ้มลึกกลมกลึงเป็นตัวตนและกะทัดรัดมากขึ้น ลดความหนาอิ่มใหญ่จากรุ่นเดิมลง ใช้งานได้หลากหลายแนวเพลงมากยิ่งขึ้น กับแนวเพลงดนตรีมากชิ้นทำได้ดีเป็นพิเศษ

                ข้อสำคัญกับการใช้งานจริง เนื่องจากเทคโนโลยีการออกแบบเฉพาะ ทุกครั้งที่มีการถอดออกหรือเสียบใหม่หรือตัวสายมีการเปลี่ยนมุมบิดตัวจากเดิม จะต้องให้ระยะเวลาการทิ้งตัวอย่างน้อยราวสี่สิบชั่วโมงตัวสายจึงจะเริ่มเข้าที่เข้าทางและฟังได้ดี หากไม่เคร่งครัดเรื่องดังกล่าว ท่านจะไม่พอใจในบุคลิกของสายเส้นนี้อย่างแน่นอน สิ่งละอันพันละน้อยเหล่านี้เองต้องยึดถือและใช้งานให้ถูกวิธี ถึงจะได้สายที่คุ้มค่าคุ้มราคาอย่างหาที่เปรียบได้น้อยนัก (นับว่าเป็นข้อปฏิบัติที่จำเป็นของสาย Cardas Audio ก็ว่าได้)

                Cardas Golden Reference กับบุคลิกใหม่ในปีพอศอนี้ แนวทางการนำเสนอที่พัฒนาให้เลือกใช้งานกับแนวเพลงได้หลากหลายมากขึ้น ยอมแบ่งปันความอิ่มเอิบของเสียงขับร้องลดลงบ้างแต่ได้รายละเอียดปลีกย่อยและความชัดใสพร้อมทั้งพื้นเสียงที่สงัด ปลายเสียงทอดตัวได้ไกลและยาวนาน เสมือนมีไดนามิกเร้นจ์ที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น กับเสียงแรกกระทบทุกประเภทของเครื่องดนตรีย้ำเน้นจังหวะให้กระชับชัดเจนมากทำให้ฟังได้สนุกสนาน หากจะนำมาใช้งานจริงการเลือกใช้งานร่วมกับเครื่องที่ออกไปทางโทนสว่างสดจะแจ้งอาจทำให้ชัดเจนเกินพอดีจนขึ้นขอบได้ ประเด็นข้อนี้ขอให้พึงระวังในการใช้งานไว้ด้วย ถ้าบุคลิกในแนวใหม่ของ Golden Reference ตรงประเด็นกับแนวการฟังของท่านเป็นที่สุด คงไม่มีอะไรให้ลังเลกันอีกต่อไป ท่านอาจจะตกตะลึงกับบุคลิกใหม่ของสายพันธุ์ Golden Reference ก็เป็นได้

                ใครคิดว่า Golden Reference เก่งเฉพาะแนวเพลงขับร้องคงจะต้องทบทวนกันใหม่อีกครั้ง ท่านจะพบว่า Golden Reference รุ่นใหม่พอศอนี้ มีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะ!!!

บทความจาก นิตยสาร What Hi-Fi? ฉบับที่ 296 เืดอนมิถุนายน 2553