
ตั้งแต่สมัยผมยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี 2 เพิ่งเริ่มจีบสาว บังเอิญพ่อแฟนสมัยยังเยาว์วัยของผม เขาไปทำงานต่างประเทศ ได้ไปงานเครื่องเสียงที่ประเทศไต้หวันและได้หยิบหนังสือที่เขาแจกในงานเพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์และร้านค้าต่างๆ ที่มาจัดแสดง นำมาฝากผมเล่มหนึ่ง เพราะรู้ว่าผมชอบเครื่องเสียง ความหนาของหนังสือยังกับตำราเรียนเลยทีเดียว ผมได้เปิดๆ ดู อ่านไม่ออกหรอกครับเป็นภาษาจีน จำได้ว่าไปสะดุดเอายี่ห้อหนึ่งที่ชื่อว่า Usher ในสมัยนั้นผมเห็นโฆษณาแต่แอมปลิฟายเออร์ รูปร่างหน้าตาละม้ายคล้ายกับแอมป์ยี่ห้อ Threshold ที่เคยโด่งดังระดับเดียวกับ Mark Levinson เป็นอย่างมาก นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้รู้จักกับ Usher แสดงให้เห็นว่า Usher ได้เข้ามาอยู่ในอุตสาหกรรมเครื่องเสียงนานมากแล้ว จากที่ผมเรียนมหาวิทยาลัยปี 2 จนถึงปัจจุบันก็น่าจะเกือบ 20 ปี ปัจจุบันผลิตภัณฑ์สร้างชื่อที่เรารู้จักเกี่ยวกับ Usher น่าจะเป็นลำโพง อย่างไรก็ตามในฉบับนี้ผมได้รับเครื่องเล่นซีดีของ Usher มารีวิว ชื่อรุ่น CD-7
รูปร่างภายนอกของ CD-7 ดูเรียบง่าย ด้านหน้าเครื่องเป็นอะลูมิเนียมหนา 7 ม.ม. รวมทั้งปุ่มกดก็เป็นอะลูมิเนียมไม่ใช่พลาสติก จอแสดงการทำงานเป็น LED สีแดงมีสง่าราศีไม่ใช่น้อย ด้านหลังมีภาคอะนาล็อกเอาต์พุต RCA 1 ชุด และมีดิจิทัลเอาต์พุตทั้ง Coaxial และ Optical สายไฟแบบ 3 ขา สามารถถอดได้ ใต้เครื่องมียางรองใต้เครื่องที่ดูดีทีเดียว เป็นลูกยางกลมๆ คล้ายลูกปืน แทนที่จะใช้เป็นยางแผ่นแบบทั่วไป น่าจะช่วยลดแรงสั่นสะเทือนภายนอกได้ดี โดยรวมภายนอกดูดีมีราคาแต่เรียบไปหน่อย
ภายในของ CD-7 เลือใช้อุปกรณ์คุณภาพสูงพอสมควร เริ่มจากหัวอ่านใช้ Sony KSS-213Q ตั้งอยู่บนแผ่นสังกะสีหนาประมาณ 2 ม.ม. ยึดติดกับตัวถังเครื่อง ภาค D/A เลือกใช้ชิพของ Cirrus Logic CS4398 แบบ 24-bit/192 KHz Delta Sigma ซึ่งใช้อยู่ในเครื่องเล่นดีๆ หลายรุ่นด้วยกัน อาทิ Esoteric DV-60 ภาคขยายสัญญาณใช้ OP-Amp เบอร์ OPA134PA ตังถังของ CD-7 ประกอบด้วยตังโครงเป็นเหล็กพับเป็นรูปตัว U พ่นสีฝุ่นสีดำทั้งด้านในและนอก เพื่อช่วยลดคลื่นไฟฟ้าที่จะเข้ามารบกวนการทำงาน เสริมด้วยคานอะลูมิเนียมโดยยึดติดกับด้านหน้าและด้านหลังของตัวเครื่อง ทำให้โครงสร้างของเครื่องแข็งแรงมากทีเดียว ด้านบนปิดด้วยเหล็กพับรูปตัว U อีกหนึ่งชิ้น ไม่ได้ถูกยึดด้วยน้อตเหมือนปกติแต่ถูกล็อกด้วยพลาสติกเล็ก 3 ชิ้นทางด้านหลังของเครื่อง รีโมตคอนโทรลของ CD-7 ทำได้ดีมากๆ เป็นอะลูมิเนียมหนักพอควร หุ้มด้วยซิลิคอนกันรอย งานดีมาก เครื่องเล่นดีวีดีของผมแพงกว่านี้เกือบ 10 เท่า ยังให้รีโมตพลาสติกแบบทั่วไปอยู่เลย นึกถึงพวกปรีแอมป์ Krell ราคาหลายแสนถึงจะให้รีโมตดีแบบนี้การทำงานของเครื่องเวลาเลือกแทร็กค่อนข้างช้า จอแสดงผลเป็นสีแดงดูสวยดีทีเดียว

CD-7 มีฟังก์ชั่นที่น่าสนใจคือ Digital Filter สามารถเลือกได้ 2 แบบ Sharp หรือ Slow การทำงานของ Slow จะทำการลดระดับเสียงสูงก่อนที่จะถึงความถี่ 20 KHz ส่วน Sharp จะไม่ทำอะไร ปล่อยให้ความถี่สูงเรียบไปจนถึง 20 KHz มีประโยชน์สำหรับบางแผ่นที่บันทึกมาไม่ดี หรือเลือกใช้ตามรสนิยมส่วนบุคคล การฟังโดยปกติของผมเลือกใช้แบบ Sharp
เนื่องจากไม่แน่ใจว่าเครื่องได้รับการเบิร์นอินมาหรือยัง ผมจึงนำเครื่องมาฟังกับหูฟังของผมไปก่อน และก็เป็นโอกาสดีที่ผมจะใช้หูฟังของผมในการรีวิวครั้งนี้ด้วย ผมใช้หูฟัง Ergo2 ผ่านเฮดโฟนแอมป์ HEF188 ใช้ CD Transport Muse Model-9, D/A MUSE 192 และ Marantz SR14 Ver. 2 เป็นตัวเปรียบเทียบ อาจดูไม่เหมาะสมเท่าไร เพราะคู่เปรียบเทียบราคาแพงกว่า CD-7 อยู่หลายช่วงตัวทีเดียว เป็นชุดซีดีที่ผมโละจากชุดใหญ่มาใช้ในชุดเล็กซี่งอายุมันก็หลายปีมาแล้ว ผมคาดหวังว่าเทคโนโลยีดิจิทัลน่าจะก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว เสียงไม่น่าจะห่างกันเกินไป พอดีผมได้หูฟังและแอมป์อันใหม่จึงถือโอกาสเบิร์นอินไปพร้อมกันเลย หลังจากชั่วโมงบินได้ที่ก็เริ่มฟัง ซึ่ง CD-7 ฟังดีพอสมควร รายละเอียดฟังยังเป็นรองอยู่พอควร แต่เนื้อเสียงถูกจูนมาเป็นอย่างดี ไม่พบเสียงสากเสี้ยนเลย แต่โดยรวมผมว่ายังห่างกันเกินไป เพราะราคาก็ห่างกันมากๆ Muse ของผมสมัยก่อนก็ราคาชุดหนึ่งประมาณ USD 7,000 ส่วน Marantz ก็ประมาณเกือบ USD 3,000
พอเอาไปฟังกับชุดใหญ่ ผมเลยไปเอา Yamaha CDR-1000 ซึ่งเป็นเครื่องอัดแผ่น CDR มาใช้ โดยปกติผมใช้อัดเพลงจากแผ่นเสียงไปฟังในรถ ซึ่งไม่ใช่คุณภาพจะต่ำนะครับ เพราะสมัยก่อนก็ขายกัน USD 1,800 ตีซะว่าภาค CDR ซะครึ่งหนึ่งก็ยัง USD 900 สมัยก่อนก็เทียบได้กับ CD ตัวละ 4-5 หมื่นได้เลย ผมใช้ Yamaha CDR-1000 ร่วมกับ CD/SACD อ้างอิงของผม Esoteric P-05 กับ D-05 ใช้สาย XLR ของ Nordost Vahalla สองเส้น ต่อระหว่าง P-05 และ D-05 แต่ส่วนใหญ่ผมจะใช้ Yamaha ในการอ้างอิงมากกว่า เพราะชุด Esoteric นั้น เฉพาะสาย XLR ของ Nordost ราคาก็แพงกว่า CD-7 อยู่หลายเท่าตัวแล้ว และเสียงก็ค่อนข้างจะห่างชั้นกันเกินไป ผมต่อ CD-7 ผ่านแอมป์ ASR Emitter II Exclusive สายสัญญาณ Nordost Valkyrja และ Nirvana Audio S-X ลำโพง Reference 3A Grand Veena สายลำโพง Audience AU24 ต่อแบบไบไวร์
ผมเริ่มด้วยแผ่น The 50th Anniversary Celebrations Of His Majesty’s Accession To The Throne เป็นเพลงพระราชนิพนธ์โดย Chesky Jazz นำมาเรียบเรียงใหม่ จากทั้งแผ่น CD-7 ให้เวทีเสียงออกมาได้ลึกและกว้างเป็นอย่างดี เสียงชิ้นดนตรีนิ่งสนิท ให้ความรู้สึกฉ่ำของแต่ละชิ้นดนตรี อย่างเช่นในแทร็ค 2 เพลงแก้วตาขวัญใจ เริ่มด้วยเสียงเคาะของฉาบ เสียงเคาะกังวานมากๆ ชุ่มฉ่ำเป็นอย่างมาก แต่ให้เสียงความเป็นโลหะน้อยไปนิด ในแทร็คที่ 4 เพลงในดวงใจนิรันดร์ CD-7 ให้เสียงแซ็กโซโฟนที่เต็มไปด้วยรายละเอียดให้เสียงลมได้ครบถ้วน ฟังแล้วดึงเข้าไปในอารมณ์ของเพลงได้อย่างง่ายดาย แทร็ค 6 เพลงแว่ว เสียงแซ็กโซโฟนทำได้หวาน ไพเราะมาก เบสก็สะอาด เสียงเส้นสายของเบสชัดเจนดี ในแทร็ค 10 เพลงสายฝน เสียงเปียโนในช่วงต้นให้รายละเอียดของเสียงสายเปียโนที่ถูกเคาะได้ดี มีรายละเอียดที่ครบถ้วน เสียงเปียโนมีน้ำหนัก ไพเราะมากๆ เปรียบเทียบกับ Yamaha แล้ว CD-7 ให้เสียงที่ผ่อนคลายกว่า เสียงสูงไร้อากาศจัด Yamaha ให้เสียงที่ขึงขังกว่า เสียงแหลมมีอาการจัดบ้างเล็กน้อย และขยับมาข้างหน้ากว่า CD-7 นอกจากนี้ CD-7 ยังให้มวลอากาศในย่านเสียงแหลมได้ดีกว่า เสียงแซ็กโซโฟนของ CD-7 ถูกวางในตำแหน่งที่ค่อนไปทางข้างหลังของเวทีมากกว่า Yamaha เสียงเบส Yamaha ดูขึงขังกว่า แต่ CD-7 ให้ความรู้สึกฟังสบายกว่า ลองเทียบกับ Esoteric แสดงให้เห็นว่า CD-7 ให้รายละเอียดเสียงสูงได้เป็นอย่างดี คุณภาพใกล้ๆ กับ Esoteric ทีเดียว แต่ในด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเวทีเสียง เสียงกลาง เสียงเบส ไดนามิก ยังห่างอยู่พอควร แต่ที่น่าสนใจคือ CD-7 ให้เสียงที่จูนมาอย่างดีสามารถฟังได้นาน และมีความเป็นดนตรีอย่างมาก

ผมเพิ่งสั่งแผ่นของ Jack Johnson ชุด In between Dreams มาจากต่างประเทศ ก็ขอนำมาลองฟังในการทดสอบครั้งนี้ด้วย เริ่มด้วยแทร็คแรกเลย เพลง Better Together เสียงกีตาร์ในตอนเริ่มต้นให้รายละเอียดที่ดี เสียงรูดสายกีตาร์ชัดเจน เสียงร้องของ Jack ทำได้ดีเต็มไปด้วยรายละเอียด สะอาด แทร็ค 2 Never Know และแทร็ค 4 Good People ให้เสียงเบสที่สนุกไม่มีอืดเต็มอิ่ม แทร็ค 3 Banana Pancake ให้รายละเอียดเสียงฝนได้เป็นอย่างดี เสียงกีตาร์และเสียงเคาะกีตาร์เต็มไปด้วยไดนามิก มันมาก แทร็ค 5 No Other Way เสียงกีตาร์ในตอนต้นเต็มไปด้วยรายละเอียด เสียงสายกีตาร์เวลานิ้วรูดผ่าน รายละเอียดครบถ้วน ราวกับว่าผมโซโล่อยู่ข้างหน้าเลยทีเดียว ในแทร็ค 7 Staple It Together เสียงฉาบตอนอินโทรทำได้ดีสะอาดชัดเจน ผมฟังจนจบแผ่นรู้สึกพอใจกับ CD-7 มันมากๆ ในแผ่นนี้ก็เช่นกันเสียงของ Yamaha ฟังแห้งไปถนัดหู รายละเอียดเป็นรอง CD-7 อยู่พอสมควร อาจเป็นเพราะเป็น 20 Bit ซึ่งก็ถือว่าล้าหลัง CD-7 อยู่ไม่น้อย เสียงของ CD-7 ออกแนวชุ่มฉ่ำ มาในแนวเดียวกับ Esoteric ของผมมากกว่า ในแผ่นนี้ผมเลือกใช้ Slow Filter เพราะแผ่นถูกอัดมาจัดเล็กน้อย Slow Filter ช่วยได้มากทีเดียว
แผ่นสุดท้ายที่ทดสอบ ผมใช้แผ่น Voice In Germany แทร็คแรกเพลง ERA ร้องโดย The Champions เป็นวงดนตรีออเคสตร้าและนักร้องประสานเสียง โดยจะมีเสียงกลองอยู่ตรงกลางเวทีเสียง เวทีของ CD-7 วางลึกเข้าไป ทำได้กว้างดี ข้างหลังลำโพง ตำแหน่งเสียงกลองของ CD-7 ให้ความรู้สึกลึกของเวทีดีมากๆ มีรายละเอียดของเสียงกระหึ่มของกลองได้ดี เสียงร้องเต็มไปด้วยรายละเอียด เทียบกับของ Yamaha แล้ว Yamaha วางตำแหน่งเวทีเสียงค่อนมาข้างหน้ามากกว่า รายละเอียด Yamaha โดยรวมสู้ CD-7 ไม่ได้ แต่ Yamaha ให้ไดนามิกที่ดีกว่า เสียงกลองให้ความกระหึ่มมากกว่า แทร็คที่ 4 เพลง Ave Maria ร้องโดย Slava เสียงร้องของ CD-7 ทำได้ดี เต็มไปด้วยรายละเอียด เก็บเสียงก้องเสียงสะท้อนของโบสถ์ได้เป็นอย่างดี แทร็ค 7 Danny Boy ร้องโดย Rosernary เสียงเปียโนทำได้ดี เต็มไปด้วยรายละเอียด ไม่บกพร่อง แม้รายละเอียดเสียงของการเหยียบ Pedal เสียงร้องของ Rosernary เป็นเสียงร้องที่ครอบคลุมความถี่กว้างมากๆ CD-7 ให้ไดนามิกที่ดี เป็นเสียงร้องที่เพราะมากๆ Yamaha ให้เสียงที่แห้งกว่า เสียงเปียโนดูจะขาดความชุ่มฉ่ำไป แต่ Yamaha ให้ไดนามิกที่ดีกว่า ให้ความรู้สึกตัวตนของเสียงร้องดีกว่า
โดยรวม CD-7 สร้างความพอใจให้ผมเป็นอย่างมาก ตลอดเวลาที่ฟัง CD-7 ไม่ได้รู้สึกถึงข้อด้อยอะไรมากมายถึงแม้จะนำมาเทียบกับเครื่องเล่นซีดีที่ราคาห่างกับ CD-7 อยู่ประมาณเกือบ 10 เท่า แน่นอน CD-7 ไม่ได้ให้เสียงที่อาจเทียบเคียงกับ Esoteric P-05 และ D-05 ของผมได้ แต่ CD-7 ถูกจูนเสียงมาอย่างดี เสียงตลอดย่านความถี่ชุ่มฉ่ำ ไม่มีอาการคม หรือจัดในย่านเสียงแหลมให้น่ารำคาญ เสียงกลางเต็มอิ่ม รายละเอียดดี เสียงเบสเน้นฟังสบาย อาการคล้ายกับลำโพง Usher เองก็ให้เสียงในแนวชุ่มฉ่ำแบบนี้เหมือนกัน CD-7 น่าจะเหมาะกับซิสเต็มที่ต้องการความชุ่มฉ่ำของเสียง อาทิ เพาเวอร์แอมป์โซลิดสเตทราคาไม่แพงมาก ซึ่งมักจะขาดความชุ่มฉ่ำของเสียง CD-7 น่าจะเติมเต็มจุดนี้ได้เป็นอย่างดี เวทีเสียงถูกวางค่อนไปข้างหลังของลำโพง ด้านกว้างทำได้ดีพอควร รายละเอียดของเสียงตลอดย่านความถี่ทำได้ดี เสียงต่ำไม่ออกมาเป็นลูกๆ แต่ก็ทำได้นุ่มนวล ฟังสบาย อย่างไรก็ตาม CD-7 อาจฟังดูอ่อนไปบ้างในเรื่องของไดนามิก และความกระฉับกระเฉง CD-7 น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ต้องการเครื่องเล่นซีดีราคาไม่เกิน 8 หมื่นบาท
|