|
|
Stereo Power Amp Usher Reference 1.5 |
Stereo Power Amp Usher Reference 1.5 (ด้านใน) |
เมื่อปลายเดือนที่แล้วแวะเข้าไปเยี่ยมคุณพิเชษฐ์ที่ หจก. ออดิโอคอม กรุ๊ป บนชั้นที่ 5 ของห้างบิ๊กซีถนนราชปรารภได้มีโอกาสฟังเสียงของเพาเวอร์แอมป์ USHER ที่บริษัทนำเข้ามาเพื่อเตรียมไปจัดแสดงที่งาน What Audio-Video? Sales 2009 สองรุ่น คือ สเตอริโอเพาเวอร์แอมป์รุ่น Reference 1.5 (R-1.5) และ 6 แชนแนล เพาเวอร์แอมป์รุ่น Reference 6.0 (R-6.0) รู้สึกประทับใจกับคุณภาพเสียงที่ได้ยินในวันนั้นจึงกลับมาตั้งหลักตระเตรียมเครื่องเล่นบลู-เรย์ กับ HD AV Pre/Processor แล้วย้อนกลับไปลองเล่นในรูปแบบซิสเต็มแยกชิ้นของระบบเสียงมัลติแชนแนลรายละเอียดสูงสมบูรณ์แบบอีกครั้งเพื่อนำมาสรุปสู่ท่านผู้อ่านในฉบับนี้
รูปโฉมภายนอกของเพาเวอร์แอมป์ทั้งสองรุ่นมีรูปแบบที่เหมือนกันคือได้รับการออกแบบให้บ่งบอกถึงลักษณะของความแข็งแรงบึกบึนดูน่าเกรงขามมีครีบระบายความร้อนขนาดใหญ่ยึดติดเต็มด้านข้างทั้งสองด้าน ด้านหน้าและด้านหลังมีมือจับที่แข็งแรงยึดติดอยู่ทางด้านซ้ายและขวาสุด ส่วนหน้ากากด้านหน้าเป็นแผ่นอะลูมิเนียมหนาลายเสี้ยนดีไซน์แบบเรียบง่ายแต่หรูดูดีเจาะช่องขนาดพอเหมาะทางแนวนอนตรงตำแหน่งค่อนไปทางครึ่งล่างซ้ายสลักชื่อของบริษัทและรุ่นของเพาเวอร์แอมป์อยู่ภายในและช่องแนวตั้งที่อยู่ค่อนมาทางครึ่งด้านขวาเว้นระยะห่างกันอย่างได้สัดส่วนในช่องแนวตั้งครึ่งบนติดแผ่นโลโก้สีทองของ USHER และครึ่งล่างเป็นตำแหน่งสวิตซ์เพาเวอร์ขนาดใหญ่ที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรงเช่นเดียวกัน
อุปกรณ์ที่ใช้เพื่อการทดลองเล่นครั้งแรกประกอบด้วยแหล่งสัญญาณเป็นเครื่องเล่นบลู-เรย์ดิสก์ของ Marantz รุ่น BD7003 สำหรับการลองเล่นฟอร์แมตเสียงรายละเอียดสูงจากแผ่นบลู-เรย์ และเครื่องเล่นดีวีดีแบบยูนิเวอร์แซลของ Oppo รุ่น DV-980H สำหรับการลองเล่นฟอร์แมตเสียง DSD จากแผ่น SACD และฟอร์แมตเสียง PCM Stereo 192/24 จากแผ่น DVD-Audio ใช้สาย HDMI ของ Cardas ต่อจากจุดต่อ HDMI ของเครื่องเล่นทั้งสองเข้าไปจุดรับเข้า HDMI 1 และ HDMI 2 ที่ HD Av Pre/Processor ของ Marantz รุ่น AV8003 และใช้สายสัญญาณ Cardas Golden Reference หัวต่อ WBT ต่อจาก AV8003 ไปเข้า Stereo Power Amp Usher Reference 1.5 เพื่อขยายส่งออกทางสายลำโพง Cardas Golden Reference ไปขับลำโพงคู่หน้าซึ่งใช้ลำโพงคุณภาพสูงที่ได้รับการยอมรับจากวารสารเครื่องเสียงต่างๆ ทั่วโลกมาแล้วเกือบสิบฉบับ Usher CP-6311 แชนแนลที่เหลือทั้งหมดใช้สายสัญญาณ Cardas Golden Cross หัวต่อ WBT ต่อไปเข้า 6 ch. Power Amp Usher Reference 6.0 เพื่อขยายส่งออกไปขับลำโพงแต่ละแชนแนลผ่านทางสายลำโพง Cardas Golden Cross ลำโพงเซ็นเตอร์ใช้ Usher X-616 ลำโพงเซอราวด์ซ้ายขวา Usher X-708 และลำโพงเซอราวด์แบ็คซ้ายขวาใช้ Usher X-719 และแอคทีฟซับวูฟเฟอร์ใช้ Usher SW-103 และเพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดียิ่งขึ้นไปอีกจึงใช้เครื่องกรองไฟ AdeptResponse High Resolution Power Conditioner ของสหรัฐอเมริกาต่อร่วมกับเครื่องเล่นและ HD Pre/Processor ใช้สายเพาเวอร์ Golden Power Cord หัวคาร์บอนของ Cardas จ่ายไฟให้เพาเวอร์แอมป์ Reference 1.5 และสายเพาเวอร์ Golden Power Cord หัว Wattgate ของ Cardas จ่ายไฟให้เพาเวอร์แอมป์ Reference 6.0
ขั้นตอนการลองเล่น
การลองเล่นครั้งนี้เป็นการลองประสิทธิภาพของเพาเวอร์แอมป์และลำโพงที่ต่อร่วมในซิสเต็มจึงตั้งเป้าหมายไปที่คุณภาพเสียงที่เกิดจากความร่วมมืออย่างเป็นน้ำหนึ่งน้ำใจเดียวกันระหว่างแอมป์กับลำโพงเพื่อถ่ายทอดเสียงออกมาให้ได้ยินในขณะดูหนังและฟังเพลงโดยใช้สื่อเสียงสเตอริโอความละเอียดสูงคือ SACD ที่บันทึกสัญญาณ DSD Stereo 2.8224 MHz/1 bit และ DVD-Audio ที่บันทึกเสียง PCM Stereo ที่ระดับความละเอียดสูงสุด 192 kHz/24 bits สำหรับประเมินคุณภาพเสียงสองแชนแนล, ใช้แผ่นบลู-เรย์คอนเสิร์ตที่บันทึกเสียงมัลติแชนแนลความละเอียดสูงสุดในปัจจุบันคือ PCM Multi-channel 96 kHz/24 bits สำหรับการประเมินคุณภาพของการถ่ายทอดเสียงของดนตรีของระบบมัลติแชนแนลและประเมินคุณภาพของการสร้างเสียงเซอราวด์จากซาวด์แทร็กของแผ่นดีวีดีและบลู-เรย์ ภาพยนตร์ประเภทแอคชั่นบู๊ห้ำหั่นสนั่นจอ
การประเมินคุณภาพเมื่อเล่นสื่อเสียง SACD และ DVD-Audio
ใช้เครื่องเล่นยูนิเวอร์แซลดีวีดี Oppo DV-980H ที่ต่อเพาเวอร์คอร์ดรับไฟจาก เครื่องกรองไฟ AdeptResponse High Resolution Power Conditioner ทำหน้าที่เป็น Transport เพื่อเล่นแผ่น SACD และ DVD-Audio แล้วส่งออกขบวนข้อมูลสด DSD Stereo และ PCM Stereo ผ่านทางสาย HDMI Cardas ไปเข้าจุดรับเข้า HDMI 1 ของ HD AV Pre/Processor Marantz AV8003 แล้วส่งออกเสียงอะนาลอกสเตอริโอที่แปลงกลับแล้วจากจุดส่งออกแชนแนล L/R ผ่านสายสัญญาณ Cardas Golden Reference หัว WBT ไปเข้าจุดรับเข้า L/R ของสเตอริโอเพาเวอร์แอมป์ Usher Reference 1.5 เพื่อขยายส่งออกไปขับลำโพง Usher CP-6311 ผ่านทางสายลำโพง Cardas Golden Reference
รายละเอียด, ความสมดุลโทนเสียง, คุณภาพเสียงแหลมและเสียงร้อง
การประเมินครั้งแรกใช้แผ่น SACD แบบไฮบริดจ์ชุด Female Audiophile ที่ผลิตโดย Master Music เล่นเพลงแรก A Love In Berlin ที่เป็นเสียงร้องของ Kari Bremnes ซึ่งเป็นอีกเพลงหนึ่งที่มีความเหมาะสมสำหรับใช้ประเมินคุณภาพเสียงได้หลายด้านเช่น รายละเอียด, คุณภาพเสียงแหลมเสียงร้องและความสมดุลโทนเสียง เพราะมีทั้งเสียงร้อง, เสียงประสานมีดับเบิ้ลเบสเป็นเครื่องดนตรีชิ้นหลักสำหรับการให้จังหวะ มีชุดเครื่องเคาะไม้เครื่องเคาะโลหะกลองคองก้าและกลองชุด ฉาบให้จังหวะเสริมและสร้างเสียงเอฟเฟกต์ขึ้นในบางช่วงโดยมีเปียโนและอะคูสติกกีตาร์เล่นเป็นเสียงแบ็คกราวด์ ผลที่ได้จากการประเมินครั้งนี้ สเตอริโอเพาเวอร์แอมป์ Usher Reference 1.5 สามารถขยายสัญญาณที่รับมาจาก AV8003 ส่งไปขับ CP-6311 ให้สร้างเสียงออกมาได้อย่างชัดเจนสมจริงทุกความถี่และทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเสียงเครื่องเคาะไม้และเครื่องเคาะโลหะที่ทุกระดับความหนักเบาของการเคาะแม้กระทั่งเสียงแส้โลหะเคาะฉาบที่เบามากก็ยังสามารถแจกแจงรายละเอียดออกมาได้อย่างสะอาดสดใสเป็นประกายได้ยินแม้แต่อณูเสียงช่วงสุดท้ายของปลายเสียงที่มีความแพรวพราวสดใสเป็นประกายละเอียดระยิบระยับ พูดได้ถึงอย่างนั้นเลย ฟังแล้วสบายหูมากไม่มีข้อติเลยแม้แต่น้อย เสียงของดับเบิ้ลเบสที่ให้จังหวะให้โทนเสียงที่อบอุ่นนุ่มนวลได้ระดับความดังที่พอเหมาะไม่กดดัน สมดุลกับระดับความดังของเสียงร้องและเสียงเครื่องเคาะไม้และโลหะไม่มีเครื่องดนตรีชิ้นใดทำตัวให้โดดเด่นเกินหน้าเกินตาเพื่อนฝูงเลยแม้แต่น้อย รายละเอียดเสียงร้องของ Kari Bremnes ให้ความอบอุ่นอ่อนหวานมีความพลิ้วลื่นไหลรับรู้ได้ถึงอารมณ์ที่ถ่ายทอดผ่านออกมาทางเสียงร้องฟังสบายและเกิดความผ่อนคลายอย่างมาก เสียงเปียโนและเสียงอะคูสติกกีตาร์ ที่เล่นเป็นเสียงแบ็คกราวด์ก็ให้เสียงออกมาได้อย่างอบอุ่นสดใสก้องกังวาน
การประเมินครั้งที่สองเล่นแผ่น DVD-Audio ชุด Love ของ Chie Ayado ที่ผลิตโดย East Works Entertainment Inc. เล่นเพลง Can’t Help Falling In Love ที่อยู่ในแทร็คที่ 9 เพลงนี้ Chie Ayado ร้องและเล่น Grand Piano เองโดยมี Tomogazu Sukimoto เล่น Bass, Shigeru Morishita เล่น Organ และการร้องประสานเสียงจากคณะนักร้องประสานเสียง Anointy Mass Choir คุณภาพเสียงที่เพาเวอร์แอมป์ลำโพง Usher Reference 1.5 กับ CP6311 ถ่ายทอดออกมาให้ได้ยินนั้นมีความเยี่ยมยอดมาก เสียงของเครื่องดนตรีทุกชิ้นมีความสะอาด สด สมจริงมากจนทำให้รู้สึกเหมือนกำลังนั่งฟังอยู่ภายในสถานที่แสดงคอนเสิร์ต เสียงเปียโนที่ Ayano เล่น สดใสก้องกังวานและมีพลังจนรับรู้ได้ถึงแรงปะทะเหมือนกับเธอมาเล่นให้ฟังอยู่ใกล้ๆ เลยทีเดียว เสียงออร์แกนที่คลอตามเบาๆ พอให้ได้ยินควบคู่ไปกับเสียงเปียโนนั้นมีความสดใสแต่ไม่ถึงกับโดดเด่นจนไปเรียกความสนใจผู้ฟังให้เบี่ยงเบนมาจากเสียงร้องและเสียงเปียโน เสียงเบสมีน้ำหนักพอเหมาะแน่นกระชับได้จังหวะและคล้องจองไปกับเสียงเปียโน เสียงร้องของ Ayado ที่มีเอกลักษณ์ของความแหบเสน่ห์เฉพาะตัวก็สามารถแสดงรายละเอียดออกมาได้อย่างครบถ้วน เสียงร้องประสานเสียงของกลุ่มนักร้องประสานเสียงก็ให้ความสดใสก้องกังวานและให้ความรู้สึกรับรู้ได้ถึงบรรยากาศขนาดความกว้างใหญ่ของสถานที่แสดงคอนเสิร์ตสุดยอดจริงๆ ครับ
ด้วยนิสัย “เล่นเครื่องเสียงแบบอยู่ไม่สุข” ที่เคยมีความคิดว่าจะเอาไปใช้เป็นชื่อของบทความครั้งต่อไปของผู้เขียนนั้นหลังจากได้ฟังเสียง DVD-Audio จากซิสเต็มนี้แล้วก็เกิดความอยากรู้ขึ้นมาอีกว่าซิสเต็มนี้จะสามารถแจงความต่างเสียงระหว่าง PCM Stereo 192 kHz/24 bit กับ DSD Stereo 2.8224 MHz/1 bit ให้ได้ยินชัดเจนสักแค่ไหน เพียงไร? ก็เลยหาเรื่องเพิ่มความเหนื่อย หยิบเอาแผ่น SACD ที่บันทึกอัลบั้มเพลงชุดเดียวกันคือ Love ของ Chie Ayado มาเปิดฟังเพลงเดียวกันเพื่อฟังความแตกต่างเสียงที่เพาเวอร์แอมป์ Usher Reference 1.5 กับลำโพง Usher CP-6311 ร่วมมือกันแจกแจงออกมาให้ได้ยิน หลังจากฟังเพลงที่ 9 จากแผ่น DVD-Audio ให้คุ้นหูอยู่สองจบก็เปลี่ยนมาเล่นแผ่น Super Audio CD ที่เพลงเดียวกัน ซิสเต็ม Usher รายงานออกมาทางเสียงให้รับรู้ว่าขณะเล่นแผ่น Super Audio CD ที่บันทึกฟอร์แมตเสียง DSD Stereo 2.8224 MHz/1 bit นั้นจะให้โทนเสียงโดยรวมออกมาในทางอิ่มมีตัวตนและอบอุ่นกว่า PCM Stereo 192 kHz/24 bit เล็กน้อย เสียงร้องของ Ayado อิ่มให้ความรู้สึกอบอุ่นและได้รายละเอียดของน้ำเสียงได้มากกว่าเล็กน้อย แต่พลังของเสียงเปียโน, เบสและรายละเอียดของเสียงแหลมเป็นรองกว่าเพียงเล็กน้อยแต่ถ้าไม่สังเกตอย่างจริงจังหรือซิสเต็มคุณภาพไม่ถึงก็อาจไม่รู้สึกถึงความแตกต่างนี้ เสียงออร์แกนให้ความหวานมากขึ้น เสียงเปียโนมีความก้องกังวานสดใสและฟังสบายหูกว่าเล็กน้อย จึงพอสรุปได้ว่าสองฟอร์แมตเสียงนี้ ให้คุณภาพเสียงที่สูสีใกล้เคียงกันมากและต่างก็มีจุดเด่นที่เหนือกว่ากันเพียงเล็กน้อยไปคนละด้านโดยฟอร์แมต PCM Stereo 192 kHz/24 bit ของจะมีความได้เปรียบไปในทางรายละเอียดเสียงแหลมที่มีความสดใสและให้ไดนามิกได้โดดเด่นกว่าเล็กน้อยส่วนฟอร์แมต DSD Stereo 2.8224 kHz/1 bit จะได้เปรียบกว่าในด้านความอบอุ่น นุ่มนวล ฟังสบายหู และมีความเป็นดนตรีมากกว่าเล็กน้อย
คุณภาพเสียงเบส, จังหวะและความเร้าใจ
ใช้แผ่น DVD-Audio อัลบั้มเพลงแจ๊สชุด Winelight ของ Grover Washington Jr. ที่บันทึกเสียง PCM Stereo 192 kHz/24 bit เล่นเพลง Just The Two of us ในแทร็คที่ 5 ที่เป็นเสียงร้องของ Bill Whiters โดยมี Grover Washington Jr. เป่า Tenor Saxophone ประกอบด้วยเครื่องเคาะ, กลองคองก้า และกลองจังหวะที่เล่นโดย Ralph Macdonald, Steve Gadd เป็นมือกลองและ Marcus Miller เป็นผู้เล่นเบสกีตาร์ ชุดเพาเวอร์แอมป์และลำโพง Usher สามารถถ่ายทอดเสียงออกมาให้ได้ยินอย่างชัดเจนสมจริงที่ทุกระดับความดัง ไม่ว่าจะเป็นเสียงดังเบาๆ ของเครื่องเคาะที่เกิดขึ้นพร้อมกับเสียงเบสกีตาร์และ Kick Drum ที่ให้เสียงแน่นกระชับน่าประทับใจ เสียงร้องและเสียงประสานมีความสดใส เสียง Tenor Saxophone ที่ Grover เป่าคลอตามไปให้โทนเสียงอันอบอุ่นอ่อนหวานและสดใส แม้กระทั่งความสะอาดสดใสประกายของปลายเสียงฉาบที่เกิดจากการถูกไม้กลองเคาะนั้น ชุดเพาเวอร์แอมป์และลำโพง Usher ก็สามารถถ่ายทอดออกมาให้ได้ยินอย่างครบถ้วนไม่มีการตกหล่นสูญหายไปเลยแม้แต่น้อยเช่นกัน
สเตอริโออิมเมจและไดนามิกคอนทราสต์
ใช้แทร็คที่ 13 ของแผ่น Super HDCD ชุด Audiophile Reference I ที่ผลิตโดย FIM ที่เป็นเพลงบรรเลงจากวงออร์เคสตร้า ใช้เครื่องดนตรีประเภทเครื่องเคาะล้วนที่ระดับโทนเสียงต่างๆ ทั้งความถี่สูงและต่ำในระดับความดังเสียงต่างๆ ที่บางครั้งแผ่วเบาและบางครั้งก็ดังเฉียบพลันขึ้นมาทันทีในบางช่วง ชุดเพาเวอร์แอมป์และลำโพง Usher สามารถสร้างเสียงเครื่องเคาะแต่ละชิ้นให้ได้ยินชัดเจนที่ทุกระดับความดังอย่างเต็มพลังโดยไม่มีการบีบอัดทั้งที่ระดับไมโครไดนามิกและแมคโครไดนามิก ตำแหน่งเสียงในวงยังคงสงบนิ่งได้โฟกัสไม่วูบวาบเสียดุลไปตามเสียงที่ดังขึ้นมาอย่างเฉียบพลันในบางช่วงฟังแยกตำแหน่งเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นได้อย่างแม่นยำที่ระยะใกล้ไกลหรือห่างออกไปทางแนวระนาบ เสียงแหลมก้องกังวานสดใสแพรวพราวปลายเสียงทอดยาวกำลังพอเหมาะฟังสบายไม่ระคายหู
ความเป็นดนตรี
การประเมินคุณภาพเสียงสเตอริโอขั้นตอนสุดท้ายลองมาฟังเพลงประเภทผ่อนคลายถ่ายทอดอารมณ์ออกมาทางเสียงร้องดูบ้าง ผู้เขียนใช้แผ่นที่ชอบฟังอยู่เป็นประจำคือแผ่น SACD แบบไฮบริดจ์อัลบั้มชุด Hear’ to Ben ของ Jacintha เล่นเพลง Somewhere Over The Rainbow ที่อยู่ในแทร็ค 4 ฟังน้ำเสียงอันออดอ้อนฉอเลาะของเธอที่ชุดเพาเวอร์แอมป์และลำโพง Usher ถ่ายทอดออกมาให้ได้ยินนั้นให้ความรู้สึกสดสมจริงจนเหมือนกับว่าเธอกำลังนั่งร้องให้ฟังเบาๆ อยู่ที่ข้างหูเลยทีเดียว ชอบจัง
การประเมินคุณภาพเมื่อเล่นแผ่นดีวีดีและบลู-เรย์
เปลี่ยนเครื่องเล่นจากยูนิเวอแซลดีวีดีเป็นเครื่องเล่นบลู-เรย์ Marantz BD7003 โดยต่อเพาเวอร์คอร์ดรับไฟจากเครื่องกรองไฟ AdeptResponse High Resolution Power Conditioner เช่นเดียวกัน ใช้สาย HDMI Cardas ต่อจากจุดต่อ HDMI ของ BD7003 ไปเข้าจุดรับเข้า HDMI 2 ที่ AV8003 การเชื่อมระหว่าง AV8003 กับสเตอริโอเพาเวอร์แอมป์และลำโพงสองแชนแนลหน้ายังคงไว้ตามเดิม จุดส่งออกเสียงมัลติแชนแนลที่ยังเหลือทั้งหมดของ AV8003 ใช้สายสัญญาณ Cardas Golden Cross หัวต่อ WBT ต่อไปเข้าแอคทีฟซับวูฟเฟอร์ Usher SW-103 หนึ่งเส้นที่เหลืออีกห้าเส้นต่อไปเข้า 6 ch. Power Amp Usher Reference 6.0 และใช้สายลำโพง Cardas Golden Cross ต่อจากขั้วต่อลำโพงเซ็นเตอร์ไปเข้า Usher X-616 ต่อจากขั้วลำโพงเซอราวด์ซ้ายขวาไปเข้า Usher X-708 และจากขั้วต่อลำโพงเซอราวด์แบ็คซ้ายขวาไปเข้า Usher X-719
ความเป็นดนตรีของแผ่นบลู-เรย์คอนเสิร์ต ระบบเสียงมัลติแชนแนล
ใช้แผ่นบลู-เรย์คอนเสิร์ต ชุด Chris Botti Live with Orchestra & Special Guess เป็นแผ่นบันทึกการแสดงสดของ Chris Botti ที่บันทึกฟอร์แมตเสียง Linear PCM 5.1 ด้วยรายละเอียดสูงสุดเต็มสเปคเสียงของแผ่นบลู-เรย์ คือ 96 kHz/24 bit ทุกแชนแนล เพลงที่ใช้ทดสอบการให้ความเป็นดนตรีของซิสเต็มเป็นเพลงบรรเลงประกอบภาพยนตร์รักหวานโรแมนติก Cinema Paradiso ที่ Chris Botti เป็นผู้เป่าทรัมเป็ตเป็นเสียงนำ โดยมีนักดนตรีในวง Billy Childs เล่นเปียโน Billy Kilson เล่นกลองชุด James Genus เล่นเบส Mark Whitfield เล่นกีตาร์
ชุดเพาเวอร์แอมป์ R-1.5/R-6.0 และชุดลำโพง Usher สามารถแยกแยะรายละเอียดเสียงที่ไม่ถูกบีบอัดของฟอร์แมตเสียง PCM 5.1 ch. 96/24 ที่ AV3800 ถอดรหัสส่งมาให้สร้างออกมาเป็นเสียงให้ได้ยินอย่างหมดไส้หมดพุงเลย เสียงทรัมเป็ตที่เกิดจากการเป่าของ Chris Botti ในช่วงอินโทรให้โทนเสียงคละเคล้ากันไปทั้งความอบอุ่นและอ่อนหวานสดใสกระจายออกไปครอบคลุมทั่วทุกบรรยากาศภายในคอนเสิร์ตฮอลล์ ความอ่อนพลิ้วและลื่นไหลของเสียงแบ็คกราวด์ที่เกิดจากการสีชุดเครื่องสายต่างๆ ของวงออร์เคสตร้าที่ทำหน้าที่แบคอัพให้โทนเสียงที่อ่อนหวานและอบอุ่นโน้มน้าวให้มีอารมณ์เคลิบเคลิ้มไปตามเสียงที่ได้ยิน เสียงของเปียโนจากฝีมือการเล่นของ Billy Childs มีความสดใสก้องกังวานและให้ไดนามิกได้อย่างเต็มพลังโดยไม่มีการกดอัดที่บริเวณหัวของตัวโน้ตเลยแม้แต่น้อย จังหวะที่ให้โดยเสียงเบสจาก James Genus มีความหนักแน่นกระชับแต่นุ่มนวลฟังสบายไม่กดดัน เสียงเคาะฉาบและเสียงกระทบกันอย่างแผ่วเบาเป็นบางจังหวะของ hi-hat มีความโปร่งสดใส ปลายเสียงเปิด ชัดเจนสมจริงจนรู้สึกเหมือนได้ฟังอยู่ในสถานที่แสดงจริงยังไงยังงั้นเลย
การประเมินคุณภาพเสียงซาวด์แทร็คแผ่นภาพยนตร์แอคชั่น
การประเมินคุณภาพเสียงของชุดเพาเวอร์แอมป์ R-1.5/R-6.0 และชุดลำโพง Usher ในการถ่ายทอดเสียงจากซาวด์แทร็คภาพยนตร์ประเภทแอคชั่นจากแผ่นดีวีดีด้วยสี่หัวข้อหลักคือความแม่นยำของการสร้างเสียงตรงตำแหน่งภาพบนจอ, ความต่อเนื่องกลมกลืนของเสียงที่ถ่ายโอนให้กันระหว่างแต่ละแชนแนล, ความกว้างของสนามเสียงและความสมจริงของพลังเสียงเอฟเฟกต์
คุณภาพเสียงที่ได้จากแผ่นดีวีดีภาพยนตร์แอคชั่น
ใช้แผ่นดีวีดีภาพยนตร์แอคชั่นเรื่อง Elektra ที่บันทึกฟอร์แมตเสียง DTS ที่มีการมิกซ์เสียงเซอราวด์ได้ดีแผ่นหนึ่งเล่นแชปเตอร์ที่ 2 ฉากที่อิเล็กตราฆ่าเจ้าพ่อมาเฟียเริ่มจากเสียงปืนกลมือที่ยิงโดยผู้คุ้มกันเจ้าพ่อที่ดังหนักแน่นก้องกังวานเสียงลูกปืนที่วิ่งไปกระทบประตูได้ทิศทางที่แม่นยำเสียงปลอกกระสุนทองเหลืองของลูกปืนกลที่ยิงออกไปแล้วหล่นกระทบพื้นดังสดใสก้องกังวานไปทั่วห้อง และฉากที่เจ้าพ่อมาเฟียถูกอิเลกตร้าฆ่าแล้วแก้วไวน์หลุดจากมือตกไปยังพื้นแตกกระจาย เสียงเศษแก้วดังกระจายไปทั่วห้องจากลำโพงชุดหน้าส่งมารับช่วงที่ลำโพงเซอราวด์ขวาและส่งต่อไปให้ลำโพงเซอราวด์ซ้ายรับเสียงต่อและแผ่วเบาเงียบไปนั้นการถ่ายโอนเสียงให้กันระหว่างแต่ละลำโพงทำได้อย่างกลมกลืนแสดงให้เห็นว่าชุดเพาเวอร์แอมป์และลำโพง Usher ขยายสัญญาณและส่งขับให้ลำโพงแต่ละแชนแนลสร้างเสียงออกมาได้อย่างกลมกลืนเป็นโทนเสียงเดียวกัน ข้อสุดท้ายเป็นการประเมินสมรรถนะด้านความสมจริงของพลังเสียงซึ่งเป็นการบ่งให้รู้ถึงกำลังสำรองของเพาเวอร์แอมป์, ความสามารถในการรับสัญญาณช่วงพีคของลำโพงเซอราวด์และพลังของซับวูฟเฟอร์ผู้เขียนใช้แชปเตอร์ที่ 20 ฉากที่กลุ่มนินจาพุ่งตัวทะลุหน้าต่างกระจกเข้ามาในบ้านเก่าของอิเลกตร้าแล้วอิเลกตร้าโยนเทียนที่มีไฟติดอยู่เข้าไปในห้องที่เปิดก๊าซทิ้งรอไว้ทำให้เกิดระเบิดมีเปลวไฟพุ่งออกมาจากหน้าต่างทุกบานฉากนี้ ชุดเพาเวอร์แอมป์, ลำโพง และซับวูฟเฟอร์ Usher สามารถสร้างพลังเสียงที่เกิดจากการระเบิดของก๊าซออกมาให้ได้ยินได้อย่างหนักแน่นสมจริงจนรับรู้ได้ถึงแรงปะทะเลยทีเดียว
บทสรุปหลังลองเล่น
จากที่ได้ทดลองเล่นชุดโฮมแบบแยกชิ้นที่ใช้ชุดเพาเวอร์แอมป์ Reference 1.5/ Reference 6.0 ชุดลำโพงและซับวูฟเฟอร์ของ Usher ครั้งนี้ สรุปได้ว่า Usher ได้พิสูจน์ภาพลักษณ์ของบริษัทให้นักเล่นไฮเอนด์ได้รับรู้ว่าไม่ได้มีขอบเขตความสามารถจำกัดอยู่ที่เพียงการผลิตลำโพงไฮเอนด์คุณภาพสูงเท่านั้นแต่ยังสามารถผลิตเพาเวอร์แอมป์ไฮเอนด์คุณภาพสูงที่นักทดสอบและวิจารณ์จากวารสารเครื่องเสียงระดับแนวหน้าทั่วโลกยอมรับได้อีกด้วย สิ่งประทับใจที่ได้จากการลองเล่นครั้งนี้คือผลที่ได้จากการเล่นสื่อเสียงสเตอริโอรายละเอียดสูงทุกฟอร์แมตจากการทำงานร่วมกันเป็นอย่างดีระหว่างสเตอริโอเพาเวอร์แอมป์ Reference 1.5 กับลำโพงคู่หน้า CP-6311 นอกจากจะสร้างเสียงคุณภาพระดับไฮเอนด์ที่ไม่น้อยหน้ากว่าแบรนด์ไหนแล้วยังให้ความโดดเด่นออกมาทางด้านปลายเสียงแหลมที่สะอาดความสดใสเป็นประกายโดนใจมาก สำหรับอุปกรณ์ชิ้นอื่นก็ไม่ได้มีคุณภาพยิ่งหย่อนน้อยหน้าไปกว่าระบบเสียงสเตอริโอเพราะขณะเล่นเสียงมัลติแชนแนลก็สามารถสร้างเสียงออกมาได้ดีมากทั้งจากการดูหนังและฟังเพลงโดยเฉพาะเครื่องกรองไฟ AdeptResponse High Resolution Power Conditioner ของสหรัฐอเมริกาที่นำมาใช้กับเครื่องเล่นดีวีดี, บลู-เรย์ และปรี/โปรเซสเซอร์นั้นสามารถยกระดับคุณภาพเสียงที่เล่นให้มีความสด, สงัดและได้รายละเอียดเพิ่มขึ้นมาอีกระดับหนึ่งทีเดียว แต่น่าเสียดายที่ซับวูฟเฟอร์ Usher SW-103 ที่ให้เสียงทุ้มได้มีคุณภาพมากเหมาะสำหรับใช้ดูหนังและฟังเพลงนั้นมีอยู่เพียงตู้เดียวเพราะของยังไม่เข้า พลังเสียงเอฟเฟกต์จากซาวด์แทร็คภาพยนตร์จึงยังไม่ค่อยโดนใจนัก นี่ถ้ามีสองชุดมาให้ต่อเล่นครั้งนี้ละก็รับรองได้เลยว่า สุดยอด!!!
|