Wilson Benesch : Square One
บทความ โดย "ธีรวัฒน์ โชติสกุล"

ผมนั่งนึกตั้งนาน ลำโพง Wilson Benesch : Square One คู่นี้ทำให้ผมนึกถึงอะไร ที่แท้ก็ทำให้ผมนึกถึงคุณเต๋อ – เรวัต พุทธินันทน์ แล้วคุณเต๋อกับลำโพง Wilson Benesch เกี่ยวข้องอย่างไร? เกี่ยวสิ สำหรับนักฟังเพลงในยุคหนึ่งคงทราบว่า คุณเต๋อนั้น ส่วนใหญ่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังในตำแหน่งผู้อำนวยการผลิตสร้างศิลปินออกมามากมาย และโดยส่วนตัวคุณเต๋อก็ออกผลงานของตนเองมา 4 ชุด คือ “เต๋อ 1”, “เต๋อ 2”, “เต๋อ 3” และ “ชอบก็บอกว่าชอบ” ผลงานของคุณเต๋อที่ออกมาแต่ละครั้งบ่งบอกถึงงานคุณภาพ ไม่ได้ทำลวกๆ ใครได้ฟังก็ชอบในความเป็นรุ่นใหญ่ และความเก๋าของวงการดนตรีไทย ณ ยุคนั้น ลำโพง Wilson Benesch : Square One ก็เช่นเดียวกัน ไม่ใช่ลำโพงที่ทำออกมาแบบฉาบฉวย หรือทำออกมาเอาใจนักเล่นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่แสดงให้เห็นถึงประสบการณ์และความเก๋าอย่างแท้จริง เมื่อฟังแล้วสิ่งแรกที่รู้สึกก็คือ เสียงอย่างนี้มิใช่หรือที่เรากำลังตามหาอยู่ เสียงที่เข้าถึงความเป็นธรรมชาติของเสียง ไม่ได้หลอกหูชวนหลงใหลในตอนแรก แต่เป็นประเภทที่ยิ่งฟังยิ่งชอบยิ่งหลง

Wilson Benesch ไม่ได้ใหม่ในตลาดเครื่องเสียงบ้านเรา ก่อนหน้านี้เคยทำตลาดมาแล้วช่วงหนึ่ง ตัวที่ดังมากเป็นลำโพงตั้งพื้น รูปร่างสวยงามทีเดียว เมื่อเกิดการเปลี่ยนมือเปลี่ยนผู้นำเข้าใหม่ก็มีการเปลี่ยนแปลงบ้าง และรุ่นเล็กอย่าง Square One ลำโพงวางขาตั้งที่ได้รับการชมเชยจากทางเมืองนอกมามากมายก็มีโอกาสมาถึงมือผม และนับเป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่ผมรู้สึกเหนื่อยในการเซ็ตอัพลำโพงคู่นี้เพื่อให้เสียงออกมาดีอย่างที่ควรจะเป็นและสมราคาค่าตัว ร่ำๆ จะส่งคืนไปหนึ่งรอบ แต่โชคดีที่ในจังหวะนั้น Musical Fidelity M6I และ Musical Fidelity M6CD เดินทางมาถึงผมพอดี และซิสเต็มคู่นี้ช่วยจุดประกายให้ผมได้ยินถึงคุณภาพเสียงจากลำโพงคู่นี้อย่างล้นเหลือ ก่อนเข้าไปศึกษาข้อมูลของลำโพงคู่นี้ต่อในเว็บไซต์ของ Wilson Benesch

ลำโพง Wilson Benesch มีด้วยกัน 4 ซีรี่ส์ คือ Geometry Series, Odyssey Range, Wide Bandwidth Collection และ Square Series โดยใน Square Series ประกอบด้วยสามรุ่น คือ Square One ลำโพงขนาดเล็กวางขาตั้ง, Square Two ลำโพงตั้งพื้น และ Square Centre ลำโพงเซ็นเตอร์

งานของ Wilson Benesch : Square One เป็นลำโพงวางขาตั้งอีกคู่หนึ่งที่มีรูปลักษณ์สวยงามมาก ตัวที่ผมได้รับมา ผิวตู้ภายนอกของลำโพงเป็นวีเนียร์ Burr Walnut/Gloss สวยงามมาก ผมว่าทาง Wilson Benesch ให้ความใส่ใจในการผลิตลำโพงเป็นพิเศษ ตั้งแต่ตัวกล่องใส่ลำโพง อีกทั้งปะแจขันขั้วลำโพงก็มีมาให้ ลิงก์ระหว่างขั้วลำโพงก็ทำออกมาดีทีเดียว

Wilson Benesch : Square One ไม่ใช่ลำโพงตู้ปิดและไม่ใช่ลำโพงตู้เปิด แต่เป็นลักษณะไฮบริด คือมีตัวเบสเรดิเอเตอร์ด้านหลังทำหน้าที่สลายคลื่นพลังงานทางกลภายในตัว ทาง Wilson Benesch เรียกเบสเรดิเอเตอร์นี้ว่า Assisted Base Radiator ซึ่งทำมาจากคาร์บอนและวัสดุไฮเทคคุณภาพสูง ข้อดีคือช่วยลดการเรโซแนนซ์ภายในตัวได้มากกว่า วางใกล้ผนังหลังได้มากขึ้น และไม่ค่อยมีปัญหาการสร้างผิดเพี้ยนของเสียงจากพอร์ตเหมือนลำโพงตู้เปิดทั้งหลาย

ลำโพงออกแบบมาเป็นชนิดสองทาง โดยใช้ทวีตเตอร์ขนาด 1 นิ้ว ซึ่งทาง Wilson Benesch ใช้ทวีตเตอร์โดมผ้าไหมชนิด Ultra Linear Wilson Benesch Specific Tweeter, มิดเรนจ์/เบสขนาด 7 นิ้ว ชนิด Wilson Benesch Tactic Drive Unit, ความไวลำโพง 87dB อิมพีแดนซ์ 6 โอห์ม ตอบสนองความถี่เสียง 70 Hz – 24 kHz ลำโพงคู่นี้มีฐานรองลำโพงมาให้สำเร็จแล้ว ลักษณะทรงกลม หากต้องการขาตั้งลำโพงอื่นๆ ซึ่งไม่ใช่ขาตั้งลำโพงของ Wilson Benesch อย่าลืมวัดระยะห่างของตัวรองลำโพงไว้ด้วยครับ ส่วนขาตั้งลำโพงของ Wilson Benesch ขายแยก ไม่ได้รวมกับลำโพง

แม็ตชิ่งซิสเต็ม

หากดูสเป็คของลำโพง Square One คู่นี้ ความไว 87dB, อิมพีแดนซ์ปกติ 6 โอห์ม ไม่ใช่ลำโพงที่เล่นได้ง่ายนัก ในบรรดาอินทิเกรตแอมป์และเพาเวอร์แอมป์ที่ผมมีอยู่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น CEC : AMP3300R C3 RED (Full Upgraded), Rega : Mira3, Odyssey Audio : Khartago Extreme SE ก็หาใช่ซิสเต็มที่จะขับลำโพง Wilson Benesch ออกมาได้ดีนัก

เสียงที่ได้เมื่อฟังจากอินทิเกรตแอมป์และเพาเวอร์แอมป์ที่อ้างมาข้างต้น อาการที่เจอก็คือ เบสนุ่ม, หัวเสียงเบสไม่หนักแน่น, เบสบาง, เบสย้วย, อาการเบสตามย่านความถี่กลาง-แหลมไม่ทัน เสียงร้องจมบาง แลหมประกายไม่สดใสอย่างที่ควรจะเป็น ขาดความเป็นตัวตน เสียงลำโพงไม่หลุดตัว เนื้อเสียงมีความหยาบ และขาดความอบอุ่นในเนื้อเสียง อันที่จริงลำโพงซึ่งใช้กรวยเบส/มิดเรนจ์ขนาด 7 นิ้ว ควรจะให้อะไรออกมามากมายมากกว่านี้ ลำโพงคู่นี้จึงต้องการกำลังขับและกำลังวัตต์ที่จะมาขับจากอินทิเกรตแอมป์หรือเพาเวอร์แอมป์สูงทีเดียว โดยเฉพาะลำโพงออกแบบให้มีเบสเรดิเอเตอร์ยิงออกด้านหลังลำโพงด้วยแล้ว กำลังขับของแอมป์ และการวางตำแหน่งลำโพงเป็นอะไรที่ต้องใส่ใจมากขึ้นกว่าปกติจริงๆ

ดังที่ผมได้เกริ่นเอาไว้ตั้งแต่ตอนต้นว่า ผมเกือบจะส่งลำโพงคู่นี้คืนไปเสียแล้ว เพราะเสียงที่ได้ยินยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ผมรู้สึกพึงพอใจจนอยากจะเขียนอะไรออกมาได้ แต่ Musical Fidelity M6I และ Musical Fidelity M6CD ก็มาช่วยในจังหวะที่ผมยังอยากจะทำอะไรสักอย่างก่อนจะส่งคืนลำโพง และเมื่อได้ลองเล่นคู่กับซิสเต็มของ Musical Fidelity M6I+M6CD ทำให้ผมรู้สึกว่า ผมคิดถูกที่เก็บลำโพง Wilson Benesch : Square One ไว้ลองกับซิสเต็มคู่นี้ก่อน แน่นอนเพื่อให้กำลังขับของอินทิเกรตแอมป์ออกมาเต็มเม็ดเต็มหน่วย ผมจึงต่อด้วยสายนำสัญญาณแบบบาลานซ์ระหว่างเครื่องเล่นซีดีและอินทิเกรตแอมป์ โดยใช้สายบาลานซ์ของ Incredible : ILB-20

เนื่องจากลำโพงคู่นี้ออกแบบโดยให้มีตัวเบสเรดิเอเตอร์อยู่ด้านหลัง ดังนั้น การวางลำโพงควรวางห่างจากผนังออกมาเสียหน่อย หากวางใกล้เกินไป โฟกัสเสียงจะแย่ลง อาจต้องชดเชยด้วยการโทอิน ตำแหน่งที่ผมใช้ฟังสำหรับลำโพงคู่นี้ คือ วางห่างจากผนังหลัง 2.2 เมตร และลำโพงวางห่างกัน 1.86 เมตร โทอินเล็กน้อย ระยะทั้งหมดคือตำแหน่งที่ลงตัวในห้องผม แต่ไม่ได้หมายความว่าจะลงตัวในทุกๆ ห้อง แนะนำว่าควรลองพิจารณาโดยเริ่มจากตำแหน่งที่ผมบอกไว้คร่าวๆ ก่อนก็ได้ แล้วค่อยปรับให้เหมาะสมกับห้องที่ใช้งานอยู่

เนื่องจากลำโพง Wilson Benesch : Square One มีฐานรองลำโพงมาให้ด้วย การวางบนขาตั้งจึงควรใส่ใจกับระนาบเพลตของขาตั้งลำโพงที่ใช้งานด้วย ควรได้ระดับจริงๆ ไม่เอียงด้านใดด้านหนึ่ง ควรเลือกขาตั้งที่มีคุณภาพสูงและเป็นขาตั้งมวลหนัก จะดีกว่าขาตั้งมวลเบาครับ


Wilson Benesch : Square One นิยามความเป็นธรรมชาติของเสียง

นับจำนวนลำโพงที่ผมเคยทดสอบลองฟังมาหลายๆ คู่ ไล่มาตั้งแต่ USHER : COMPASS X-718, PROAC : D1, SPENDOR : SA-1, HARBETH : P3ESR และ ATC : SCM-19 ลำโพง Wilson Benesch : Square One เป็นอะไรที่ต่างออกไปค่อนข้างมากทีเดียว

อย่างที่ผมบอกว่า ลำโพงคู่นี้ทำให้ผมนึกถึงคุณเต๋อ – เรวัต พุทธินันทน์ เพราะ Wilson Benesch : Square One ออกมาในลักษณะโทนนั้นจริงๆ ไม่ใช่ลำโพงที่ให้เสียงออกมาเอาใจหูให้น่าฟัง ไม่ใช่ลำโพงที่ให้เสียงหวาน ไม่ใช่ลำโพงที่ออกมาแนวมอนิเตอร์จ๋าเสียทีเดียว แต่เป็นลำโพงที่ให้ความเป็นธรรมชาติของเสียงสูงมาก ไม่ใช่ลำโพงที่ฟังเพลงสองเพลงจะรู้เรื่อง เป็นลำโพงที่ต้องนั่งลองฟังนานๆ แล้วจะทึ่งว่า ลำโพงอะไรให้ความเป็นธรรมชาติสูงมาก  หากต้องการเสียงออกมาแนวใดก็ขึ้นกับซิสเต็มต้นทางและซอฟต์แวร์ที่ใช้จะให้ลักษณะเสียงและโทนเสียงออกมาแนวใด ลำโพง Wilson Benesch : Square One เป็นแค่ตัวกลางในการถ่ายทอด โดยที่ตัวลำโพงไม่ได้บิดเบือนอะไรทั้งสิ้น นักเล่นมือใหม่อาจจะไม่ชอบ เพราะความเก๋าชั่วโมงบินยังน้อยอยู่ อาจมองว่าลำโพงคู่นี้จืดไปสักนิด ขาดสีสันไปสักหน่อย

เปรียบเทียบกับลำโพง USHER : COMPASS X-718 ซึ่งผมเคยลองเล่นมาช่วงหนึ่ง ใช้มิดเรนจ์/เบสขนาด 7 นิ้ว เท่า Wilson Benesch : Square One ลักษณะของเสียงเบสระหว่างสองตัวนี้  X-718 ให้เสียงขุ่นกว่า Square One ขณะที่ Square One เบสมีขนาดใหญ่เกินตัวอย่างมาก และให้ปริมาณเบสมากกว่า X-718 ทั้งคุณภาพและปริมาณ

ผมเริ่มต้นทดสอบด้วยแผ่นซีดีชุด The Lost World, Uncompressed Disc Vol. I & II, JENNIFER WARNES – THE HUNTER ผมว่าหากห้องไม่ได้มีขนาดใหญ่ เบสของ Square One ให้เสียงไม่ต่างจากลำโพงตั้งพื้นเลย หัวเบสใหญ่ สะอาด หนักแน่น ให้ความเป็นตัวตนของเสียงดีทีเดียว และเบสของ Square One ก็ไม่ได้ไปรบกวนย่านความถี่กลางเลยแม้แต่น้อย ถือว่าเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของลำโพงวางขาตั้ง ถือได้ว่าการออกแบบลำโพง Wilson Benesch : Square One ทำออกมาได้ดีมาก เพราะเบสขยายลงได้ลึกมากขึ้น โดยที่เสียงออกมาไม่เพี้ยนเลยแม้แต่น้อย ยกตัวอย่างเพลงหินๆ อย่าง Way Down Deep จากแผ่นซีดี The Hunter ผมรู้สึกว่า Square One ทำให้ผมทึ่งทีเดียว ผมไม่ได้ยินลักษณะเสียงเบสที่ผิดเพี้ยนใดๆ ออกมาจากลำโพงคู่นี้เลย พละกำลังของย่านความถี่ต่ำก็ทำออกมาได้ดีอย่างเหลือเชื่อ บรรยากาศรอบตัวโน้ตก็แจกแจงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน ส่วนหนึ่งขึ้นกับการออกแบบให้การทำงานของเบสเรดิเอเตอร์สัมพันธ์กับความถี่เสียงของย่านความถี่ต่ำ อีกเรื่องหนึ่งก็คือ การไม่พยายามปล่อยให้ปลายเสียงลากยาวเกินไป แต่ออกมากำลังดี ไม่สั้นอย่างลำโพงวางขาตั้งทั่วไป แต่ก็ไม่ได้ลากยาวลงลึกอย่างลำโพงตั้งพื้นคุณภาพดีๆ ทั้งหลาย ผลที่ได้รับก็คือ เบสที่ลงได้ลึกจนคาดไม่ถึงว่าจะได้จากลำโพงวางขาตั้งขนาดนี้

ย่านเสียงกลาง Square One ทำออกมาได้ดีย่านช่วงกลางถึงกลางต่ำ ส่วนย่านความถี่เสียงกลาง ตั้งแต่ย่านเสียงกลางสูงไปจนถึงรอยต่อของแหลมช่วงต้นนั้น ผมว่า Harbeth เจือความน่าฟังในย่านนี้ลงไป ทำให้น่าฟังกว่า แต่ Square One ยังคงความเป็นธรรมชาติของเสียง และให้เนื้อเสียงที่อิ่มเอิบอวบอิ่มมากกว่า แต่พูดถึงความน่าฟังน่าหลงใหล Harbeth ยังเป็นต่อ

ถามว่าเสียงกลางดีเทียบเท่ากับ ATC : SCM-19 หรือเปล่า ผมว่าเรื่องนั้นยกให้ ATC เขาไปเถอะ ถ้าถามว่าคุณภาพใกล้เคียงกันมั้ย ผมตอบได้เลยครับ ว่าใกล้เคียงกันมาก แต่ Square One ให้เสียงผ่อนคลายมากกว่าเล็กน้อย รูปวงเวทีเสียงของ Square One ให้รูปวงวางไปทางด้านหลังของลำโพง เลยทำให้เสียงร้องโดดเด่นขึ้นมาอย่างน่าหลงใหลเช่นกัน ผมรู้สึกว่า Square One ช่วยอัพคุณภาพบางอย่างของ SPENDOR : SA-1 ที่ผมเคยชอบ และอยากให้มีมากขึ้น ผมก็ได้อย่างที่ผมต้องการจาก Wilson Benesch : Square One

เปรียบเทียบลำโพงวางขาตั้งสามคู่ที่เคยทดสอบมา ไม่ว่าจะเป็น SPENDOR : SA-1, PROAC : D1 และ HARBETH : P3ESR หากนักร้องที่ต้องร้องโชว์พลังปอดดึงเสียงขึ้นไล่ไปโทนเสียงย่านเฮดโทนนั้น ผมว่า Square One โชว์พลังตรงนี้ของนักร้องออกมาได้ดีกว่า เหตุผลหนึ่งก็คือ ขนาดมิดเรนจ์/เบสของ Square One ใหญ่กว่าลำโพงสามคู่ที่ผมกล่าวถึง พอฟังเสียงร้องแล้วรู้สึกได้เลยว่า มวลเสียงและความกลมกลึงของเสียงนั้น Square One ทำออกมาได้ดีมากกว่า ยิ่งพอได้ฟังอัลบั้มคอนเสิร์ตของ Sara K & Chris Jones – Live in Concert สังกัด Stockfisch Records เสียงร้องและเสียงกีตาร์ให้ออกมาเหมือนจริงมาก เสมือนเราสัมผัสความเป็นตัวตนของเสียงร้องและเสียงกีตาร์จริงๆ มากยิ่งขึ้น ชุดนี้ผมฟังบ่อยมาก เพราะชอบฟังเพลงแนวนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอมาฟังกับลำโพง Square One เป็นแนวเสียงในอุดมคติที่ต้องการอย่างยิ่ง เนื้อเสียงที่ให้ออกมาเต็ม เสียงอวบอิ่ม 100% ไม่มีล้นจนกลบรายละเอียดในย่านเสียงอื่นๆ การไล่เสียง โทนเสียง การเปล่งเสียงต่างๆ ให้ความต่อเนื่องและให้ความลิเนียร์ของเสียงออกมาได้เป็นอย่างดี เสียงกีตาร์จะได้ยินเสียงของเส้นสายและเสียงเชิงอะคูสติกของโครงสร้างตัวกีตาร์ออกมาได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะฮาร์มอนิกคู่ควบของเสียงนั้นให้ออกมาชัดเจนดีมาก

หรือเสียงนักร้องผู้ชายที่ให้เสียงทุ้มใหญ่ อย่างชุดจ้าวเผิงที่ผมนำมาเล่นบ่อยๆ             หรือจะเสียงนักร้องชายอย่างป้าง – นครินทร์ กิ่งศักดิ์ หรือจะเป็นรุ่นเก่าๆ อย่าง NAT KING COLE ผมรู้สึกว่า ลำโพง Wilson Benesch : Square One เป็นลำดพงที่ได้ทั้งบู๊และบุ๋น ถึงแม้ว่าบางช่วงบางเพลง ผมอยากได้ความออดอ้อนฉอเลาะอย่าง Harbeth แต่ต้องเข้าใจว่า ลำโพงไม่ได้แต่งเติมความหวานเดิมให้หวานน่าฟังมากขึ้น  แต่มันก็หวานได้อย่างที่ลำโพงควรจะหวานจากซิสเต็มที่จะให้ออกมาได้ และเนื้อหาทำนองที่ส่งผ่านออกมา

แหลมล่ะ!!! ละเอียดสุดๆ หรือเปล่า? ผมชอบเสียงแหลมของโดมผ้าไหมมากกว่าโดมโลหะ อีกอย่างหนึ่งคือชอบความเป็นลิเนียร์ของโดมผ้าไหมมากกว่าโดมโลหะทั้งหลาย ผมว่าเรนจ์เสียงให้ความต่อเนื่องของเสียงออกมาได้ดีกว่า ถึงแม้ความกังวานของเสียงไม่กังวานเสนาะหูและกัดเสียดแทงในบางครั้งเหมือนพวกโดมโลหะ แต่อย่างน้อยๆ เสียงเครื่องเคาะโลหะ Square One ก็ถ่ายทอดออกมาได้ดี ไม่ได้ให้เสียงห้วนสั้นลง ความกังวานความไพเราะของเสียงยังคงอยู่ แต่สิ่งที่ประทับใจของลำโพงคู่นี้ก็คือ บรรยากาศของเสียงครับ คือให้ออกมาได้ดีมากๆ

ผมไล่ตั้งแต่ย่านความถี่ต่ำ-กลาง-สูง ฮาร์มอนิกและบรรยากาศของเสียง Square One ทำออกมาได้ดีทีเดียว ไม่รู้สึกว่าขาดหรือพร่องในส่วนหนึ่งส่วนใด ฟังเพลงจากแผ่นซีดี Jazz at The Pawnshop ผมว่าให้บรรยากาศออกมาได้ดีมากทีเดียว เสมือนว่ากำลังนั่งดูเขาเล่นดนตรีอยู่ข้างหน้ามากยิ่งขึ้น การแยกแยะเสียงต่างๆ ก็ทำออกมาได้ดีและชัดเจนจริงๆ ยิ่งได้รูปวงที่วางรูปวงไปด้านหลังด้วยแล้ว บรรยากาศและอารมณ์ร่วมในการฟังเพลงดีสุดๆ เลยทีเดียว

บทสรุป

ตั้งแต่ฟังลำโพงคู่นี้มา ผมขอสรุปสั้นๆ ครับว่า หากมีแอมป์ที่จะขับลำโพงคู่นี้อยู่หมัด และต้องการลำโพงอ้างอิงต่ำกว่าแสน ที่ให้ความเป็นธรรมชาติของเสียงสูงเป็นอันดับหนึ่ง ผมยังไม่เห็นตัวเลือกอื่น นอกจาก Wilson Benesch : Square One ครับ. ADP

ซิสเต็มที่ใช้ร่วมทดสอบ

เครื่องเล่นซีดี : Rega Apollo (เปลี่ยนฟิวส์ C3 : Noir (ตัวต้นแบบ)) , Musical Fidelity : M6CD
อินทิเกรตแอมป์ : CEC : AMP3300R RED (Full Upgraded), Rega : Mira3, Musical Fidelity : M61
ปรีแอมป์ : Creek : P43 , Patasound : P3
เพาเวอร์แอมป์ : Odyssey Audio : Khartago Extreme SE , Parasound : A-23
ลำโพง : Quad : 22L
สายลำโพง : Audioquest : Indigo
สายนำสัญญาณ : Nordost : Flatline (RCA) , Monarchy Audio (RCA), Increcable : ILB-20 (XLR)
สายไฟเอซี : C3 : XOTIQ และสายไฟเอซีที่ทำเองทั้งหมดอีก 5 เส้น
เต้ารับไฟฟ้า : Wattgate : 381G , PS Audio : Power Port Premier
อุปกรณ์เสริม : Vibex : D.C. Filter V1R , Isolation Transformer : SACTHAILAND , C3 : Batog