|
|
| บทความพิเศษ | |
| สายไฟเอซี CARDAS Cross Wattgate Signature บทความ โดย นายเต็มถัง | |
|
จากนิตยสาร
"What Hi-Fi? เดือนมีนาคม 2548
|
|
ว่าด้วยเรื่องสายไฟ บางท่านคงบ่นในใจว่า(หรือบ่นดังๆ) ไร้สาระ สายไฟมันไม่ได้อยู่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขยายเสียงซะหน่อย เป็นเพียงแค่สายที่นำกระแสไฟไปจ่ายให้เครื่องเท่านั้น ขอให้ขนาดใหญ่พอกับการกินกระแสไฟของเครื่องก็พอแล้ว
ในขณะที่บางท่านกลับจะบอกในทางตรงกันข้ามว่า ของพวกนี้มันสัมพันธ์ไปหมด เพราะคลื่นไฟฟ้าที่ส่งจากปลั๊กไปยังเครื่อง แม้มันจะถูกแปรรูปไปบ้าง แต่คลื่นไฟฟ้าที่วิ่งผ่านสายไฟจะถูกปรับปรุง กลั่นกรอง หรือควบคุมการไหลของไฟฟ้าสู่ระบบโดยรวม เมื่อไฟที่มามีคุณภาพเมื่อผ่านการแปรเปลี่ยนพลังงานเพื่อใช้ในการขยายเป็นเสียงก็น่าจะให้คุณภาพดีตามมาเอง เห็นมั๊ยครับท่าน แค่เริ่มต้นก็ต่างกันสุดขั้วแล้ว สงสัยถ้าจับทั้งสองฝ่ายออกรายการคุณ ท่านที่เชื่อก็ขอให้เล่นของท่านต่อไปอย่างมีความสุข อย่าไปติคนที่ไม่เชื่อว่าไม่ยอมรับเลย ส่วนท่านที่ไม่เชื่อ และไม่คิดอยากจะเชื่อ ก็ขอให้ท่านไม่เชื่อต่อไป และก็อย่าไปค้านคนที่เขาเชื่อแล้วกันนะครับ ส่วนท่านที่อยากจะลองพิสูจน์ ผมขอสนับสนุนให้ท่านทดลองให้มันเห็นจริงๆ ด้วยตนเองกันไปเลยครับ ทั้งนี้ก่อนทดลองขอให้ท่านละความเชื่อที่ว่ามันไม่ได้ผลก่อนการลองนะครับ เนื่องเพราะบางครั้งความยึดมั่นถือมั่นมีอิทธิพลมากกว่าเหตุ และผลเสียอีก ดังที่เราเคยได้ยินว่า คนไข้ป่วยมา หมอรักษาด้วยยาแสนดี แสนแพงเป็นเดือนๆ แต่หากคนไข้ไม่เชื่อมั่น รักษาแทบตายก็ไม่หาย ในขณะที่ไปหาหมอบ้าน หมอน้อย จับๆ เคาะๆ ให้กินหญ้าธรรมดา แต่คนไข้เชื่อถือ ทำแค่นี้ก็หายได้แล้วครับ บทความทั้งหมดนี้ขอให้ท่านอ่านโดยใช้วิจารณญาณของตัวท่านประกอบ โดยขอให้ถือว่าเนื้อหาทั้งหมดเป็นเพียงแนวทางและมุมมองของตัวผมเองเป็นหลักนะครับ "การต่อกรข้ามรุ่นครั้งนี้ประหนึ่งเหมือนดั่ง พยัคฆ์ติดปีก มาปะทะกับมังกรลายคราม เมื่อลูกศิษย์ได้รับกระบี่วิเศษหาญกล้ามาปะทะกับอาจารย์ผู้ใช้มือเปล่า" จั่วหัวกันอย่างนี้ท่านผู้อ่านคงคิดว่าเป็นนิยายกำลังภายในบู๊ล้างผลาญกันหรือนี่ จริงๆแล้วคงจะไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ เพียงแต่ว่าเนื้อหาที่ผมจะเล่าต่อไป มันเอนเอียงให้รับรู้ได้เช่นนั้นจริงๆ จนอดใจคิดไปในเชิงนี้ไม่ได้ เนื่องว่าครั้งนี้เป็นการนำสายไฟรุ่นน้องของยี่ห้อเดียวกันมาอัพเกรดด้วยอุปกรณ์เสริมเสียงชั้นยอด จนขยับเทียบเคียงกับสายไฟรุ่นพี่นั่นเองครับ พยัคฆ์ติดปีกในที่นี้ เกิดขึ้นจากการหลอมรวมกันของสองยอดฝีมือในวงการเครื่องเสียง หนึ่งคือสายไฟจาก CARDAS ที่ได้รับการยอมรับว่า เป็นยอดฝีมือทางด้านสาย อีกหนึ่งคือปลั๊กหัวท้ายของวัตเกต(WATTGATE) ที่ยอมรับกันทั่วไปในวงการว่า เป็นเจ้ายุทธจักรแห่งปลั๊กไฟเครื่องเสียง ด้วยฝีมือของนักจูนสายมือทองอย่าง GEORGE CARDAS ผมทราบมาว่า กว่าจะผลิตออกมาให้เราได้ฟังกันต้องใช้ทดลองเวลาจูนอยู่เป็นปีทีเดียว ไม่ใช่แค่จับมาประกบกันเฉยๆ ครับ อ้าว! ชักจะพาออกนอกเรื่องไปซะแล้ว เรามาต่อกันเรื่องของพยัคฆ์ติดปีกดีกว่าครับ สำหรับสายรุ่นที่นำเข้ามาขายในบ้านเรานั้นมีด้วยกันสองรุ่นคือรุ่นใหญ่ GOLDEN REFERENCE WATTGATE SIGNATURE และรุ่นที่เรากำลังจะพูดถึงคือ CROSS WATTGATE SIGNATURE โดยส่วนราคาจะสูงขึ้นกว่ารุ่นธรรมดาพอสมควร เนื่องจากมีค่าของหัวปลั๊ก และค่าฝีมือในการเข้าหัว ว่ากันว่าเฉพาะค่าเข้าหัวสำหรับรุ่นนี้คิดเพิ่มประมาณ 80 ยูเอส ดอลลาร์ ทีเดียวครับ ทำให้รุ่นครอสวัตเกตซิกเนเจอร์ (ต่อไปจะขอเรียก"ครอสซิก"แทนนะครับ) มีราคาใกล้เคียงกับสายไฟ GOLDEN REFERENCE (ต่อไปขอย่อว่า"โกลเด้น"นะครับ) แบบธรรมดา ผู้เป็นเหมือนมังกรเจ้าถิ่นเดิมทีเดียวครับ จึงมีหลายคนเกิดความสงสัยว่า แล้วมันจะคุ้มมั๊ยสำหรับการลงทุน ผมขอเล่าผลการใช้งานของสายไฟครอสซิกและสายไฟโกลเด้น ทั้งสองรุ่นอ้างอิงจากความเห็นส่วนตัวของผม ให้ทุกๆ ท่านลองพิจารณากันดูนะครับ ผมจัดวางเครื่องเล่นซีดีไว้บนชั้นวางไฮไฟเบสของเดอะหั่ง อินทิเกรทแอมป์วางบนชั้นวาง SOLIDTECH รุ่นเก่า รองเครื่องเล่นทั้งสองด้วยไดนาฟุตจำนวนเครื่องละ 4 ลูก ลำโพงจัดวางบนขาตั้งของ PARTINGTON สายทุกอย่างยกไว้ไม่ให้แตะพื้นด้วยตัวยกสาย SOLIDTECH, CABLE ELEVATOR บล๊อคไม้คาดาส ฟังในห้องฟังขนาด4x4 เมตร นอกจากอุปกรณ์ที่กล่าวถึงได้ทดลองร่วมกับอุปกรณ์อื่น เช่น ปรี-เพาเวอร์ AUDIO RESEARCH ลำโพง STELLA MELODY VIENNA HADYN และ QUAD 11L เพื่อเทียบเคียงประกอบด้วยครับ ผลการทดลอง อันดับแรกมาดูกันที่โหงวเฮ้งก่อน สายทั้งสองเส้นมีรูปแบบ และการเข้าหัวเรียบร้อยมาจากต่างประเทศ สายครอสซิกมีสีเขียวสดใสผิวสายออกมันๆ ในขณะที่สายโกลเด้นมาด้วยสีดำดูขรึมผิวออกด้านๆ ดูคลาสสิกดีครับ ทั้งสองเส้นจะมีสกรีนรุ่นอยู่บนสาย และที่บริเวณปลั๊กหัวท้ายได้นำท่อหดมารัดพร้อมสกรีนตราหอยลงบนท่อหด เพื่อป้องกันไม่ให้แกะ และยืนยันว่าสายเส้นนี้เข้าหัวจากต่างประเทศแท้ๆ ครับ เมื่อมองเปรียบเทียบด้วยตาสิ่งที่สะดุดตานอกจาก สีของสาย การสกรีนโลโก้แล้ว หากดูที่การเข้าหัวของสายทั้งสองเส้นจะพบความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจนทีเดียวครับ ที่หัวปลั๊กตัวผู้ของโกลเด้นจะเห็นว่ามีการทำบางอย่างกับการเข้าหัวแน่ๆ จนแทบปิดฝาของหัวปลั๊กไม่อยู่ทีเดียว ด้านท้ายก็เหมือนกับว่าจะมีการใส่แหวนของอุปกรณ์บางอย่างพวกเฟอไรท์ อยู่บริเวณโคนของสายด้วย ในขณะที่ครอสซิกจะดูเหมือนการเข้าหัวท้ายเหมือนสายทั่วๆ ไป ตรงนี้น่าจะเป็นเหมือนปกติของการเข้าสายของ CARDAS ที่จะค่อนข้างใช้เทคนิคพิเศษมากๆ กับสายรุ่นสูงสุดครับ ผมได้ยืมสายไฟครอสซิกมาลองฟังเพื่อหาสายไฟอีกเส้นที่จะนำมาใช้ร่วมกับสายไฟโกลเด้นเดิมที่มีอยู่ สอบถามราคาทราบว่าใกล้เคียงกับสายไฟโกลเด้นรุ่นธรรมดา โดยสายเส้นนี้ผ่านการเบิร์นอินมาได้ประมาณ 100 ชม. เมื่อนำมาต่อลองฟังดูพบว่าน่าจะยังไม่พ้นเบิร์น จึงเผาต่ออีกประมาณ 300-400 ชม.จนแน่ใจว่าเสียงเริ่มเข้าที่เข้าทางจึงได้นำมาต่อลองฟัง แรกฟังพบว่าสายรุ่นนี้เหมือนกับสายรุ่นสูงๆของ CARDAS ทั่วไปที่ต้องปล่อยให้สายทิ้งตัวซัก 1-2 วัน เสียงถึงจะนิ่ง เมื่อเริ่มตั้งใจฟังพบว่าสำเนียงเสียงที่ได้ยินน่าสนใจมากๆ มีเสน่ห์บางอย่างที่ไม่ใช่กลิ่นไอเดิมๆของครอสซิกซะทีเดียว มีเสน่ห์บางอย่างแอบแฝงไว้ชวนให้ติดตาม พลางให้นึกถึงเสียงที่ได้ยินจากโกลเด้นที่ใช้อยู่เดิมว่ามันมีประเด็นที่น่าสนใจที่แตกต่างกันในหลายๆ ประการ จึงน่าจะหยิบสายทั้งสองเส้นมานำเสนอพร้อมๆ กันคงจะเข้าท่าไม่น้อยครับ สายไฟ CROSS WATTGATE SIGNATURE
มาเริ่มที่ลูกศิษย์ผู้ได้รับกระบี่วิเศษ ดังพยัคฆ์ติดปีกกันก่อนแล้วกันครับ สำเนียงแรกที่ได้ยินของสายไฟเส้นนี้มีข้อเด่นของทั้งครอส และวัตเกตอยู่ในตัว หากพูดถึง"ครอส"คงต้องนึกถึงเสียงที่อยู่ตรงกลางระหว่างความจริงจัง กับความน่าฟังความซีเรียส และความผ่อนคลาย ความอิ่มเข้มกับความใสพลิ้ว ในขณะที่วัตเกตจะให้ความสะอาดสมดุลของทุกย่านเสียง รวมถึงการแผ่ขยายอิทธิพลของเสียงออกไปอย่างละเมียดละไม ไม่ใช่การขับเน้นให้เห็น เมื่อทั้งสองสิ่งมาอยู่ด้วยกันจึงนำข้อดีของทั้งสองมาผนวกเข้าด้วยกัน ชดเชยความอ่อนด้อยของอีกฝ่ายอย่างเหมาะเหม็ง เสียงที่แสดงออกมาให้พื้นเสียงที่สะอาดเกลี้ยงเกลาดีมากเหมือนกับว่ามันเกลี่ยทุกอย่างให้สะอาดเปิดเผยอย่างลงตัวกลมกลืนกัน จนทำให้สามารถโฟกัสชิ้นดนตรีออกมาได้อย่างชัดเจน เวทีเสียงเปิดเผยออกมาอย่างเต็มที่ทั้งด้านกว้าง ด้านลึก และสูง เรียกได้ว่าเสียงเต็มห้องจริงๆ ครับ การควบคุมเวทีแถวหน้าแถวหลังสามารถทำได้นิ่งทั้งด้านกว้าง และลึก ซึ่งผมขอยกความดีความชอบในเรื่องนี้ให้กับวัตเกตที่นำมาใช้นั่นเองครับ ในขณะที่เนื้อเสียงอิ่มเข้มสไตล์ CARDAS สามารถคุมสมดุลของเสียงตลอดย่านความถี่ได้ดี จุดเด่นคงหนีไม่พ้นเสียงกลางที่อิ่มเอิบแล้วแผ่กระจายต่อไปยังเสียงแหลม และทุ้มได้อย่างเสมอสมานกลมกลืนกันได้ดี ที่สำคัญคือทุกๆ เสียงมีความสะอาดสะอ้าน ชิ้นดนตรีมีตัวตนที่ชัดเจน แต่ไม่ขึ้นขอบเหมือนกับภาพถ่ายที่สามารถคุมระยะชัดลึก ชัดตื้นได้อย่างชัดเจนโดยเฉพาะวัตถุที่เหลื่อมกันเล็กน้อยสามารถแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด เนื้อเสียงแต่ละโน้ตกระจ่างโปร่งใสไร้เสี้ยนสากใดๆให้ระคายหู ที่เด่นมากเป็นพิเศษคือพละกำลัง ซึ่งจะเป็นสิ่งที่สายไฟค่อนข้างจะมีส่วนมากในภาพรวม สายเส้นนี้ให้น้ำหนักเสียงหนักแน่น ทุกตัวโน้ตมีพละกำลังมีชีวิตชีวา แยกแยะถึงน้ำหนักเสียงหนักเบา ขนาดเล็กใหญ่อย่างชัดเจน ให้ความรู้สึกของแรงปะทะต้นโน้ต และการทอดตัวของเสียงที่ควรจะมีอย่างลงตัว สามารถควบคุมของเวที รวมถึงชิ้นดนตรีได้นิ่งในทุกๆ ตำแหน่งเหมือนกับเอากาวมายึดไว้ไม่ให้ไปไหนก็ปาน สายเส้นนี้ค่อนข้างเหมาะมากสำหรับท่านที่ต้องการความคึกคักจริงจังแต่แฝงไปด้วยความสุขุม อ่อนโยนอย่างสุภาพชนผู้มีการศึกษา ท่านที่ชอบเสียงที่ได้ยินจากแอมป์ทรานซิสเตอร์ไฮเอนด์ดังๆ ที่ให้เสียงได้เปิดเผย แต่ไม่พุ่งล้ำ มีระเบียบวินัยของตนเอง แต่แฝงด้วยความมีอารมณ์ศิลปินมืออาชีพที่สร้างความรู้สึกชวนให้ติดตาม ให้ความผสมผสานกันของความจริงจัง และอ่อนโยนอย่างเต็มเปี่ยมครับ สายไฟ GOLDEN REFERENCE ธรรมดา เราว่ากันต่อที่มังกรเจ้าถิ่นนะครับ ลองขึ้นชื่อว่ามังกรคงไม่ต้องถามถึงความยิ่งใหญ่ อิทธิฤทธิ์ และพละกำลังแต่ประการใด ขอเพียงแค่ได้เห็นได้สัมผัสถึงอำนาจของมันแล้ว แม้ไม่มีอาวุธวิเศษ หรือลูกแก้วอัคคีข้างกายก็ตามทีครับ เฉกเช่นเดียวกับมังกรสายไฟโกลเด้นเส้นนี้สามารถยืนหยัดอยู่ในหัวแถวของสายไฟชั้นยอดได้อย่างสบายๆ โดยไม่ต้องสงสัยถึงคุณภาพของมันแต่ประการใดครับ สายไฟเส้นนี้เป็นสายที่ผมใช้เองอยู่ประจำในห้องฟังของผมมานานพอสมควร เรื่องเสียงที่ได้รับต้องยอมรับครับว่า CARDAS ออกแบบสายรุ่นนี้ได้อย่างร้ายกาจ สายทุกชนิดในรุ่นที่เป็นโกลเด้นซีรี่ส์ จะมีแนวเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ ให้อารมณ์ และเสน่ห์ที่แตกต่างออกไปจากสายไฟรุ่นอื่นๆ ของเขาเอง ดังนั้นหากเราไล่รุ่นของ CARDAS แล้ว สายรุ่นสูงสุดของอนุกรม CROSS ควรจะเป็น GOLDEN CROSS ซึ่งจะมีราคาใกล้เคียงกับ GOLDEN REFERENCE เหมือนประหนึ่งรถ SUPERCAR กับ LUXUARY CAR ในระดับเดียวกันนั่นเองครับ หากพูดถึงเสียงที่ได้แล้ว สายรุ่นนี้ให้เสียงที่เข้มข้นแต่อบอุ่น เวทีเสียงทั้งหมดจะอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความเป็นดนตรีอย่างมาก ให้เวทีเสียงที่สมดุล และต่อเนื่องกันอย่างพอเหมาะพอดี ไม่มากไป ไม่น้อยไป โฟกัสชิ้นดนตรีได้ดังกับว่ามีรูปร่างตัวตนของชิ้นดนตรีชิ้นนั้นอยู่ในเวที เสียงร้องเหมือนกับเป็นตัวนักร้องยืนร้องอยู่ข้างหน้า สัมผัสถึงตัวนักร้องทั้งขนาด และความอูมนูนมิใช่เพียงแค่ปากเปล่งเสียงออกมา หรือจะเรียกง่ายๆ ก็คือมีความเป็นสามมิติของตัวตนชิ้นดนตรีสูงมากนั่นเองครับ การจัดรูปวงต่อเนื่องกันอย่างสอดประสานกันราวกับว่าอยู่ในงานแสดงสด ให้บรรยากาศรายล้อมสร้างความรู้สึกถึงผับ คอนเสิร์ตฮอล์หรือโบสถ์อย่างชัดเจน เกรนเสียงมีความละเอียด ละเมียดละไมมากจนสามารถแยกแยะถึงตัวตนของรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างหมดจรด เสียงดนตรีไม่มีการซ้อนทับกันจนเบลอแต่ประการใด สุ้มเสียงในทุกย่านความถี่มีความละเอียดนุ่มนวลดั่งฟองเบียร์ที่สัมผัสกับลิ้น การคุมโทนทุ้ม กลาง แหลมสอดรับประสานกันไม่มีย่านเสียงใดเด่นล้ำกว่าแต่ประการใด ทุกเส้นเสียงเปิดเผยออกมาอย่างอบอุ่น มีความอิ่มตัวของแต่ละตัวโน้ตสูงมาก มิใช่เป็นความอิ่มหนาของพื้นเสียงที่หยาบกร้านแต่ประการใด เสียงกลางอิ่มตัวเจือหวานพรมอยู่ทั่วไป เสียงแหลมให้รายละเอียดและทอดตัวอย่างเป็นธรรมชาติมิได้พุ่งฟุ้งเป็นประกายจนเกินเลย เสียงทุ้มให้ตัวตนของเสียงทุ้มอย่างกลมกลืน ส่งผลให้บรรยากาศของแต่ละความถี่ได้อย่างมีลีลา เสียงไหลลื่นต่อเนื่องกันไปจนกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันของบทเพลง จนสามารถนำเสนออารมณ์ความรู้สึกของผู้เล่นอย่างเต็มเปี่ยม ให้ไดนามิกเสียงในแบบกลมกล่อม ให้ความรู้สึกของเสียงก่อนตกกระทบเสียงตกกระทบ และความกังวานหลังตกกระทบอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนดังกับว่ามีคนมาเล่นดนตรีอยู่ตรงหน้าทีเดียว สายเส้นนี้แสดงให้เราได้เห็นว่าไม่จำเป็นเสมอไปที่เสียงที่ให้ไดนามิกที่ดีจะต้องนำเสนอด้วยแรงปะทะ ลำหักลำโค่นจะแจ้งเสมอไป หากแต่ว่าสามารถนำเสนอด้วยเสียงที่สื่อถึงอารมณ์เพลง ลีลาของผู้ถ่ายทอด บ่งบอกถึงรูปลักษณ์ชวนติดตาม จำแนกความแตกต่างทั้งมุมกว้างและเฉพาะเจาะจงอย่างครบถ้วน ก็โดดเด่นน่าสนใจอย่างยิ่งครับ หากท่านใดที่ถวิลหาเสียงอย่างเครื่องหลอดชั้นดี ที่ให้ถึงความเป็นธรรมชาติของเสียง แต่มิใช่การปรุงแต่งจนเกินเลย ทุกเส้นเสียงแฝงรายละเอียดอย่างครบถ้วน นำเสนอในลักษณะของความพอดิบพอดี ขอให้พิจารณาสายเส้นนี้ไว้เป็นอันดับต้นๆ ครับ สรุป ท้ายสุดนี้ สายทั้งสองเส้นนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะที่แยกแยะได้ดังเช่นข้างต้น ขอให้ท่านผู้อ่านหาโอกาสลองฟังเปรียบเทียบดูเองอีกซักครั้งนะครับ ในระหว่างการทดสอบช่วงเวลาหนึ่งผมได้นำสายทั้งสองเส้นมาใช้ร่วมกันในซิสเต็ม ผมต้องตะลึงกับการทำงานเชื่อมโยงผูกสัมพันธ์เข้าด้วยกันได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว สามารถทำงานเป็นทีมเวิร์คที่เข้มแข็ง สอดประสานกันได้ดีจนออกหน้าออกตา ซึ่งอาจน่าสนใจไม่น้อยที่ในหนึ่งชุดจะมีสายจะมีสายทั้งสองเส้นอยู่รวมกัน หากท่านใดที่สนใจจะเล่นสายไฟ และอาจมองไปถึงสายไฟ GOLDEN REFERENCE WATTGATE SIGNATURE ซึ่งราคาสูงกว่าพอสมควร หรือท่านที่มีสายไฟ GOLDEN REFERENCE ธรรมดาอยู่และต้องการอัพเกรด ขอเสนอให้พิจารณาสองเส้นนี้ใช้งานร่วมกันเป็นอีกทางเลือกหนึ่งด้วยนะครับ |
|
Audiocom
Group Co., Ltd. E-Mail : audiocom@loxinfo.co.th
729 / 40 Rama 3 Rd., Yannawa Bangkok Tel. (662) 295-4772, (662) 255-7983 Fax. (662) 295-4771 |
|
ห้างหุ้นส่วนจำกัด
ออดิโอคอม กรุ๊ป E-Mail : audiocom@loxinfo.co.th
729/40 ถ. พระราม 3 เชิงสะพานแขวนพระราม 9 เขตยานนาวา กรุงเทพฯ T. 295-4772, 255-7983 Fax. 295-4771 |