Tel. (662) 295-4772,  (662) 255-7983 Fax. (662) 295-4771

 

 
 
 
 

ถ้าให้เห็นเฉพาะลำโพงโดยไม่บอกแหล่งผลิต ผมมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า นักเล่นน้อยคนนักที่จะทายถูกว่าลำโพง Usher Audio มีถิ่นกำเนิดที่ใด เพราะรูปทรงลำโพงก็ดี งานไม้และการเก็บรายละเอียดก็ดี เหล่านี้หากให้มองเพียงภายนอกแล้วคาดเดากันเฉพาะที่ตาเห็น

แปดในสิบต้องทายว่าเป็น “ ลำโพงอิตาลี ”

ทำไมหรือ ? นั่นเพราะงานประกอบตัวตู้สุดประณีต และเน้นความเป็นงานไม้เช่นนี้ มีเพียงอิตาลีเท่านั้นที่เป็นผู้นำในวงการเครื่องเสียงโลก

ใครจะนึกถึงเล่า ว่า Usher Audio เป็นลำโพงจากประเทศไต้หวัน

แต่ก่อนนั้นใครๆ ก็ทราบดีว่า เมื่อนึกถึงไต้หวัน ก็ต้องนึกถึงของโคลนนิ่งหรือเลียนแบบ ชื่อเสียงของเขาโด่งดังไปในทางลอกเขามาขาย แทบไม่มีความคิดเป็นของตนเอง แม้ว่าสิ่งที่ผมกล่าวถึง จะไม่ใช่ภาพรวมของทั้งประเทศก็จริง แต่ชื่อเสียงในทางนี้ก็ไม่แพ้ใครในเอเชีย เราท่านก็ทราบกันดีอยู่แล้ว

แต่หลังจากที่จีนแผ่นดินใหญ่เปิดประเทศ อุตสาหกรรมส่วนใหญ่ในไต้หวัน ก็ต้องมีอันถึงคราววิกฤติ นั่นเพราะแรงงานและเงื่อนไขในการครอบครองพื้นที่อุตสาหกรรมระยะยาวที่มีต้นทุนแสนถูก ดึงดูดบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลายให้เปลี่ยนใจจากไต้หวันและประเทศอื่นๆ (รวมทั้งประเทศไทย) ให้หันเหไปลงทุนที่จีนแทน

แล้วโรงงานกับคนที่ตกงานจะทำอย่างไร ทางออกกว้างๆ มีสองทาง คือ หนึ่ง, ลดค่าแรง และเงื่อนไขอื่นๆ เพื่อแข่งขันกับจีนหรือ สอง, ยกระดับฐานะการผลิตให้ทัดเทียมประเทศตะวันตก เพื่อแข่งขันกับตลาดในระดับสูง

แม้ผมเองจะไม่ทราบคำตอบของภาพรวมข้างต้น แต่สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องเสียงโดยเฉพาะหมวดลำโพง ผมเริ่มเห็นคำตอบลางๆ จากลำโพงไต้หวันนาม Usher Audio X-708 ที่ผมได้รับมาลองฟังคู่นี้แล้วล่ะครับ

รูปลักษณ์และการใช้งาน

X-708 เป็นลำโพงวางขาตั้งรุ่นเล็กสุดในอนุกรม x โดยมีรุ่น X-718 และ X-719 เป็นลำโพงวางขาตั้งรุ่นสูงกว่า และมี X-616 ลำโพงเซ็นเตอร์ X-929 เป็นลำโพงตั้งพื้นรุ่นสูงสุดในอนุกรม

เช่นที่เกริ่นไว้ในย่อหน้าก่อน รูปลักษณ์ภายนอกของลำโพงคู่นี้ แทบจะเรียกได้ว่ามีส่วนคล้ายลำโพงชื่อดังอย่าง Sonus Faber จากอิตาลีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กระนั้น ความแตกต่างในรายละเอียดหลายส่วนกลับมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นแนวทางการออกแบบ การตกแต่งรูปลักษณ์ภายนอก และสุดท้ายที่แตกต่างอย่างชัดเจนที่สุดก็คือชนิดของไดรเวอร์

ไดรเวอร์ ? ใช่ครับ, ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะธุรกิจหลักของ Usher Audio นั้นคือบริษัทผลิตและออกแบบไดรเวอร์ ซึ่งแม้ผมจะไม่มีข้อมูลโดยตรง แต่จากการสังเกตรูปร่างของไดรเวอร์ ก็คาดเดาเองว่าน่าจะเป็นบริษัทที่มีสายสัมพันธ์กับบริษัทผลิตไดรเวอร์ชื่อดังของประเทศเดนมาร์ค Scan Speak นี่เอง

ในที่นี้ ผมเข้าใจเองว่าคงมีการผลิตชิ้นส่วนบางชนิดเช่นตัวกรวยกระดาษ หรือสไปเดอร์เพื่อป้อนให้กับโรงงานประกอบทางเดนมาร์ค ซึ่งเป็นเรื่องปรกติสำหรับธุรกิจยุคนี้ ส่วนที่ไม่เป็นความลับสำคัญ พอจะจ้างวานผลิตได้แลกกับต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก ย่อมเป็นทางเลือกอันดับแรก ในขั้นตอนที่สำคัญกว่า ไม่ต้องการให้แพร่งพรายรั่วไหล ค่อยดำเนินการภายในกันเอง

นับเป็นเทคนิคสากลที่วิศวกรตะวันตกนิยมใช้จวบจนวันนี้

ไดรเวอร์ที่ทาง Usher Audio ใช้ในลำโพงรุ่น X-708 คู่นี้ จึงเป็นไดรเวอร์คุณภาพสูง ที่มีพื้นฐานของไดรเวอร์ระดับโลก แต่ขายในราคาที่สมเหตุสมผล

คงเพราะเหตุนี้กระมังลำโพง Usher Audio หลายรุ่น ถึงได้คำชมจากนักวิจารณ์ต่างประเทศกันอย่างท่วมท้น ล่าสุดได้ข่าวว่าลำโพงตั้งพื้นรุ่นหนึ่งไปคว้ารางวัล Golden Ears Awards ของนิตยสาร The Absolute Sound มาเก็บไว้อีกหนึ่งรางวัล

ผมค่อนข้างประทับใจงานตู้และตกแต่ง X-708 เป็นพิเศษ เพราะเนื้องานที่เห็นนั้น ประณีต วิจิตรบรรจง ราวกับงานศิลปะชั้นเลิศ ตัวตู้ค่อนไปทางใหญ่ ด้านข้างประกบด้วยแผ่นไม้จริงขัดจนเรียบลื่นและเคลือบแล็คเกอร์ด้านในชั้นสุดท้าย นอกเหนือจากนั้น ตัวตู้ตกแต่งเป็นผิวเปียโนชั้นดี เงางามราวกระจกทั้งสี่ด้าน

เมื่อมองที่ด้านข้างตัวตู้ จะเห็นว่าแผงหน้าที่ยึดไดรเวอร์นั้นเชิดหน้าขึ้นในองศาหนึ่ง ในขณะที่แผงหลังส่วนที่ติดตั้งขั้วต่อสายลำโพง จะเชิดหน้าขึ้นในองศาที่ต่ำกว่า เป็นลักษณะคล้ายสี่เหลี่ยมคางหมูก็ไม่เชิง เพราะองศาการเอียงไม่เท่ากันทั้งหน้าหลัง

ลักษณะของตู้แบบนี้ เจตนาเพื่อลดด้านขนานของตัวตู้ ป้องกันการกำทอนในบางความถี่ที่มีโอกาสทับซ้อนกัน ส่วนด้านที่ขนานกันคือด้านข้างตู้ ก็ประกบไม้จริงเพิ่มความหนาแน่นของเนื้อไม้ไว้อีก เพิ่มความแข็งแกร่งจากการใช้ไม้ MDF เนื้อหนาและการคาดโครงคร่าวภายในที่แกร่งอยู่แล้ว ให้มีความแกร่งเหนือชั้นขึ้นไปอีก

นี่เป็นที่มาของน้ำหนักตัวร่วมสิบสองกิโลกรัมต่อตู้ ! นับเป็นลำโพงสองทางสองตัวขับวางขาตั้งที่มีน้ำหนักมากที่สุดที่ผมเคยลองฟัง

ด้านหลังส่วนตรงข้ามกับตำแหน่งทวีตเตอร์ มีท่อเปิดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางสองนิ้วเศษ ลบเหลี่ยมที่บริเวณปลายท่อเล็กน้อย ต่ำลงมาเป็นที่ติดตั้งขั้วต่อสายลำโพงไบน์ดิ้งโพสห้าทิศทาง ซึ่งนอกจากจะมีความแข็งแรงมั่นคงในการใช้งานมากแล้ว ความสวยงามก็เป็นประเด็นที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

ขั้วต่อสายลำโพงชุบทองเกรดดี ตัวจั๊มเปอร์สำหรับเชื่อมขั้วต่อลำโพง HF และ LF เพื่อใช้ในกรณีที่ใช้งานสายลำโพงแบบซิงเกิ้ลไวร์ ก็ใช้ทองแดงชุบทองชนิดเดียวกัน ที่สำคัญคือ จั๊มเปอร์ตัวนี้ไม่บอบบางเช่นที่ติดมากับลำโพงราคาประหยัด มีความหนานับเป็นมิลลิเมตรเลยทีเดียว

เมื่อสำรวจทวีตเตอร์ที่ X-708 ใช้ ผมแทบจำแนกความแตกต่างไม่ออก แม้จะทราบว่าเป็นทวีตเตอร์ที่ Usher Audio ผลิตขึ้นมาเอง แต่ในใจนั้นนึกถึงทวีตเตอร์อนุกรมสูงของ Scan Speak ตลอดเวลา

โดมผ้าไหมเนื้อละเอียดขนาดหนึ่งนิ้ว เคลือบน้ำยาบางๆ ให้คงรูปทรงได้ดี ติดตั้งบนแผ่นเพลทโลหะเส้นผ่านศูนย์กลางสี่นิ้ว (รหัสรุ่น 9950-20 ) ติดตั้งประสานงานกับวูฟเฟอร์ขนาดเจ็ดนิ้ว (8848P) กรวยกระดาษพิเศษตรงที่พื้นผิวของตัวกรวยนั้น ไม่ได้อาบน้ำยาเพิ่มความแกร่ง แต่ใช้เทคนิคการขึ้นรูปที่ซับซ้อนอันเป็นผลจากการพัฒนาต่อยอดจากบริษัทผู้ผลิตไดรเวอร์ชั้นนำ ไดรเวอร์ตัวนี้ไม่มีดัสต์แค็ป ใช้เฟสปลั๊กโลหะทรงหัวกระสุนสีเงินด้านแทน ขนาดของเฟส ปลั๊กนั้นค่อนข้างใหญ่ทีเดียว เส้นผ่านศูนย์กลางราวสองนิ้ว ซึ่งก็หมายถึงขนาดของวอยซ์คอยล์ที่ใหญ่ตามไปด้วย (สำหรับรายละเอียดอื่นๆ สามารถค้นได้จากเว็ปไซต์ www.usheraudio.com )

Usher Audio X-708 ตอบสนองความถี่ 40-20,000 เฮิรตซ์ ทนกำลังขับ 70 วัตต์ มีค่าความไว 88 dB ความต้านทานเฉลี่ย 8 โอห์ม ตัดแบ่งความถี่ที่ 2.23 กิโลเฮิรตซ์ ขนาดและสัดส่วน 385 x 245 x 360 มม. (สูง ? กว้าง ? ลึก) น้ำหนัก 12 กิโลกรัมต่อตู้

หจก. ออดิโอคอมกรุ๊ป นำเข้าและจัดจำหน่าย 0-2638-9148, 0-2295-4772

ชุดและอุปกรณ์อ้างอิง

เนื่องจากลำโพงมีขนาดค่อนข้างใหญ่ จึงได้ลองเปรียบเทียบการตั้งบนขาตั้ง Focus Stand ที่มีความสูง 60 ซม. เทียบกับขาตั้ง Epos Stand ที่มีความสูงประมาณ 52 ซม. ผมพบว่าแม้คุณภาพและรายละเอียดบางส่วนจากการใช้ขาตั้ง Focus Stand จะฟังดูสมบูรณ์กว่า แต่ดุลน้ำเสียงโดยรวมนั้น เด่นไปทางด้านกลางสูงมากเกินไป เสียงทุ้มลอย ไม่ทิ้งตัวลงพื้นยามที่ต้องทิ้ง

แตกต่างจากขาตั้ง Epos Stand ซึ่งเมื่อใช้ร่วมกันแล้ว จะให้เนื้องานและรายละเอียดลึกๆ ไม่ประณีตเท่า แต่สมดุลเสียงและรายละเอียดรวมไปถึงรูปวงนั้น ค่อนข้างลงตัวในทุกประเด็นมากกว่า

ผลจากการลองสลับขาตั้งในครั้งนี้ มีประเด็นให้ขบคิดอยู่สองประการ

ประการแรก ลำโพงคู่นี้ไปกันไม่ได้ราบรื่นนักกับขาตั้งมวลสูงในเงื่อนไขของขาตั้งโลหะ ความสูงของขาตั้งควรอยู่ราว 22 นิ้ว หากสูงเกินกว่านี้ ดุลเสียงจะโยกตัวไปทางกลางสูง เสียงทุ้มจะไม่ทิ้งตัว

ประการที่สอง หากเงื่อนไขเปลี่ยนเป็นขาตั้งไม้ แม้ผมจะไม่เคยลอง แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมคาดเดาว่าควรใช้ขาตั้งที่สูง ราว 24 นิ้ว และมีฐานกว้างเพียงพอต่อการวางลำโพง น่าจะให้เนื้องานที่เหมาะสมเช่นกัน

ในที่นี้ ผมจึงตัดสินใจใช้ขาตั้ง Epos Stand ในการอ้างอิงตลอดการฟัง ด้วยคำนึงถึงดุลเสียงที่กลมกลืนเสมอสมานเป็นหลัก

ชุดแรก, เครื่องเล่นซีดี Rotel 965 BX Limited Edition สายสัญญาณ Supra EFF-I ต่อเชื่อมเข้าที่อินทิเกรตแอมป์ Exposure Super 15 สายลำโพง Supra Ply 3.4

เครื่องเล่นซีดีวางบนชั้นวาง Hi-Fi Base รุ่นมีสปริง อินทิเกรตแอมป์วางบนชั้นวาง Target B1 สายไฟเอซี Audioquest AC 3.3 ที่เครื่องเล่นซีดี สายไฟเอซี Kimber Powerkord ที่อินทิเกรตแอมป์ สายไฟเอซีทั้งหมดต่อเข้าที่เครื่องกรองไฟ Shunyata Hydra 2 โดยผ่านสายไฟเอซี Shunyata Coperhead เข้าที่เต้ารับ Wattgate 381 ที่ผนัง

ชุดที่สอง, เครื่องเล่นซีดี NAD S500 สายสัญญาณ Supra EFF-I XLR ต่อเข้าปรีแอมป์ Thule Audio PR150 สายสัญญาณ Monster M2000 Sigma XLR เข้าเพาเวอร์แอมป์ Thule Audio PA150 สายลำโพง Supra Ply 3.4

เครื่องเล่นซีดีวางบนชั้นวาง Hi-Fi Base รุ่นมีสปริง อินทิเกรตแอมป์วางบนชั้นวาง Target B1 รองรับด้วย Tiptoe Michell Tenderfeet จำนวน 3 ลูก เพาเวอร์แอมป์วางบนชั้นวาง Solid Tech รองรับด้วย Dynafoot จำนวน 4 ลูก ทั้งปรีแอมป์และเพาเวอร์แอมป์กดทับด้วยก้อนอิฐมหัศจรรย์ VPI-dB 5 เครื่องละ 1 ก้อน

ในช่วงคาบเกี่ยวกันนี้ ได้เปลี่ยนเพาเวอร์แอมป์ NAD 218 THX เข้าแทนที่ อุปกรณ์ทุกชิ้นคงเดิมจนจบกระบวนการลองฟัง

สายไฟเอซี Supra Lord ที่เครื่องเล่นซีดี สายไฟเอซี Kimber Powerkord ที่ปรีแอมป์และเพาเวอร์แอมป์ สายไฟเอซีทั้งหมดต่อเข้าที่เต้ารับ Wattgate 381 ติดตั้งในปลั๊กลอย Hi-Fi Plug โดยผ่านสายไฟเอซี Hovland Mainline เข้าที่เต้ารับ Wattgate 381 ที่ผนัง สายสัญญาณทั้งสองชุดร้อยผ่าน Floaters สายไฟเอซีและสายลำโพงรองรับด้วยตัวรองสาย Solid Tech

ในห้องฟังขนาด 4 x 7 x 2.5 เมตร ปรับแต่งสภาพอะคูสติกกึ่งซับกึ่งสะท้อนด้วยแผง Diffusors, Tube Trab และ Sound Panel (ASC), Roomtune (Michael Green Design) และ Jigsaw ของ Hi-Fi Club โดยเริ่มจัดวางลำโพงหน้าตรงก่อนเพื่อหาตำแหน่งการจัดวางที่เหมาะสม เมื่อจัดวางได้ลงตัวแล้ว จึงปรับมุมโทรอินให้หน้าลำโพงเข้าหากันราว 20 องศา เพื่อปรับความคมชัด รวมถึงสัดส่วนมิติเวทีเสียง

ลำโพง Usher Audio X-708 วางบนขาตั้ง Epos Stand ห่านกัน 184 ซม. ห่างจากผนังด้านข้าง 103 ซม. และห่างจากผนังด้านหลังลำโพง 178 ซม. โดยประมาณ ระยะห่างทั้งหมด อ้างอิงจากตำแหน่งทวีตเตอร์เป็นหลัก

ผลการลองฟัง

นอกจากรูปร่างภายนอกที่สะดุดสายตา สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันนั่นก็คือ น้ำเสียงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน จะว่าเป็นลำโพงที่มีน้ำเสียงอ่อนหวาน ละเมียด พิรี้พิไร เช่นลำโพงจากอิตาลีก็ดูจะไม่ใช่เสียทีเดียว ครั้นจะโปร่งใส กระชับ แต่มีเนื้อเสียงนุ่มนวลกลมกล่อมเช่นดังลำโพงจากทางอังกฤษก็ไม่เชิง มันเหมือนมีส่วนผสมที่คล้ายคลึงกัน แต่เมื่อปรุงมาเสร็จ กลับไม่ใช่นิยามข้างต้น

นี่กระมัง เอกลักษณ์ของลำโพงไต้หวัน

สิ่งที่ต้องเรียนเป็นลำดับแรกคือ Usher Audio X-708 ไม่ได้เป็นลำโพงประเภทกินวัตต์ หรือต้องการกระแสสูงๆ จากภาคขยาย ในคราวที่ผมใช้อินทิเกรตแอมป์ Exposure Super 15 ขับ มันก็สำแดงคุณภาพเสียงในระดับที่น่าพึงพอใจแก่การฟังในหลายๆ แนวเพลงอย่างไม่มีข้อสงสัย ครั้นขยับขึ้นไปขับด้วยปรีฯ-เพาเวอร์ มันก็สามารถไต่ระดับคุณภาพเสียงขึ้นไปตามสัดส่วนที่ควรจะเป็น

ความสำคัญในแง่ของกำลังขับ จึงไม่ใช่ประเด็นลำดับแรกที่ต้องพิจารณา หากแต่เป็นประเด็นเรื่องน้ำเสียงของภาคขยายต่างหาก ที่ต้องให้ความใส่ใจตั้งแต่แรกเริ่ม

หากต้องการให้เกิดความสมดุลในชุด น้ำเสียงของภาคขยายที่เหมาะสมกับลำโพงคู่นี้ ควรให้มีเนื้อเสียงที่สด กระชับ เปิดเผย และให้โฟกัสคมชัดเป็นหลัก เมื่อผสานกับน้ำเสียงที่อิ่มเนื้อของ Usher Audio X-708 ก็จะเกิดความลงตัวพอดิบพอดี

น้ำเสียงโดยรวมของ Usher Audio X-708 ค่อนไปทางลำโพงเจ้าเนื้อ, กล่าวคือ เป็นลำโพงที่อุดมด้วยเนื้อเสียงที่อิ่ม ข้น มีมวลเสียงอัดแน่น ไม่ใช่ลำโพงที่เสียงโปร่งบาง ขาดเนื้อหนังแน่นอน ถึงกระนั้นมันก็ไม่ได้ให้น้ำเสียงไปทางทึบหนา หรือติดไปทางขุ่นข้น มัวหมองมากเกินไป

นั่นหมายถึงลำโพงคู่นี้ค่อนข้างให้เสียงค่อนไปทางโทนมืดมากกว่าโทนสว่าง

ลักษณะของเสียงในโทนนี้ จะมีดีอยู่ประการหนึ่ง คือจะไม่สำแดงลักษณะของเสียงที่พุ่งเข้าหาตำแหน่งฟัง เนื้อเสียงส่วนใหญ่ที่เข้าข่ายโทนมืด (หรือที่เราเรียกว่า Dark Sound ) ที่ดีนั้น จะให้ถ่ายทอดโครงสร้างของเสียงนั้นๆ มีความเป็นสามมิติได้ดี ตัวเสียงจะลอย มีทรวดทรงทั้งตื้นและลึก ทั้งนี้ต้องมีความใสรองรับเป็นพื้น ซึ่งถ้าน้อยเกินไป จะไม่สามารถแยกแยะเสียงหลักกับฮาร์โมนิกได้ ลักษณะนี้เองที่ทำให้เสียงทั้งหมดทึบหนา ขุ่นมัว กลบรายละเอียดที่มีให้หายไป

Usher Audio X-708 คู่นี้ก็ให้โทนเสียงที่มืดที่ค่อนไปทางดีมากกว่าแม้จะไม่สะอาด และให้ความกระจ่างใส อย่างถึงที่สุดเช่นลำโพงไฮเอนด์ที่เก่งในเชิงนี้ แต่นั่นต้องยอมรับว่าบุคลิกโดยรวมนั้นให้คุณภาพเสียงไม่ด้อยกว่าใครในระดับราคานี้เช่นกัน มันเป็นอีกบุคลิกเฉพาะตัวแนวหนึ่งซึ่งค่อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง

เนื้อเสียงที่นุ่มนวล ค่อนไปทางสุภาพ อ่อนหวาน ชวนฝัน มีความต่อเนื่องราบรื่นดี โดยเฉพาะในส่วนรอยต่อระหว่างทวีตเตอร์และวูฟเฟอร์ ถือว่าทำได้แนบเนียนดีพอสมควร และต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าลักษณะเสียงเช่นนี้ จะเหมาะสมกับแนวเพลงที่ไม่เน้นจังหวะที่มีความคมชัดเด็ดขาดมากนัก แม้จะทำได้ดีกว่าลำโพงบางคู่ก็ตาม

นั่นเพราะเมื่อเทียบกับจุดเด่นที่มีอยู่ ความสด, ความฉับพลัน, ความเด็ดขาด กลับกลายเป็นว่าเป็นประเด็นที่ยอมลดหย่อนกันได้บ้าง แต่เนื้อเสียงที่หนานุ่ม อวบอิ่มมีเนื้อหนัง ให้ลีลาที่ค่อนไปทางโรแมนติกต่างหาก ที่เป็นไม้ตายที่นักเล่นที่นิยมสุ้มเสียงในลักษณะนี้ ไขว่คว้าตามหามานาน หลังจากที่ลำโพงโทนเสียงโปร่งบาง ยึดหัวหาดมาหลายปี

ดุลเสียงแหลมนุ่มนวล อิ่มเนื้อ ให้ความต่อเนื่องโดดเด่นพอประมาณ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ส่งผ่านออกมานั้น ต้องเรียนว่าเข้าข่ายประณีตพอตัวทีเดียว นี่เป็นหลักยืนยันประการหนึ่งได้ว่า ลำโพงที่อุดมด้วยเนื้อเสียง ก็ให้ปลายแหลมที่ดีได้ระดับหนึ่งเช่นกัน [TEST CD 4.1/OPUS 3 CD19400 HDCD]

เสียงฉาบในแทร็คที่สอง อิ่มหนาเป็นตัว เนื้อเสียงนิ่มนวลละเอียดพอประมาณ มีทรวดทรง ตำแหน่งแห่งที่แน่ชัด ลึกลงไปด้านหลังของเวที แน่นอนว่าความคมชัดและรายละเอียดในจุดนี้ จะลดลงไปตามคุณสมบัติของลำโพงอยู่บ้าง แต่ต้องยอมรับว่ามันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากในการเก็บรายละเอียดที่มีทั้งหมด ให้คงอยู่โดยไม่สูญหาย โดยเฉพาะในส่วนที่ลึกเข้าไปในเวทีด้านหลัง

แม้ว่าในย่อหน้าก่อนๆ ผมจะกล่าวว่า Usher Audio X-708 เป็นลำโพงที่ให้เสียงสุภาพ อ่อนโยนก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า มันจะเป็นลำโพงที่ไม่มีอิมแพ็ค มิใช่ความหมายเช่นนั้นทั้งหมดนะครับ หากแต่มันจะนำเสนอด้วยลีลาที่ไม่ดุดันเร้าใจเท่านั้นเอง ตัวอย่างที่พิสูจน์ได้ก็คือเสียงเคาะเหล็กสามเหลี่ยมในช่วงแทร็คที่สิบหกในแผ่นเดียวกัน

เสียงที่อิ่ม นุ่มหนา แต่ก็ยังให้โฟกัสที่แน่ชัดพอสมควร หากแต่เสียงทั้งหมด จะไม่ขึ้นรูปมีขอบสันชัดเจน คล้ายมีภวังค์อ่อนๆ ปกคลุมตัวเสียงอยู่รอบตัวเสียง แต่ทั้งตำแหน่งและทรวดทรงของเสียง คือหลักฐานยืนยันว่ามันก็ไม่ได้ด้อยในเชิงนี้เกินไป

ใครที่ชอบเพลงบัลลาดแจ๊สเพื่อผ่อนคลายอิริยาบถจากการตรากตรำทำงานมาทั้งวัน ผมมั่นใจว่า สำเนียงเสียงกลางที่ค่อนข้างเป็นตัวของตัวเอง และมีความประนีประนอมต่อสภาพโดยรวมของห้องนับจาก Usher Audio X-708 คู่นี้ ย่อมเกิดความพึงพอใจ ในน้ำเสียงที่ได้ยินอย่างไม่คลางแคลงใจ

ความที่เป็นลำโพงที่ให้เสียงกลางเปิดกว้าง มีมุมกระจายเสียงในแนวราบได้ดี การไม่ได้นั่งในจุดกึ่งกลางระหว่างลำโพง จึงไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงสำหรับการฟังเพลงทั่วไป จริงอยู่ คุณภาพเสียงย่อมลดลงไปตามส่วนเมื่อนั่งฟังไม่ได้ระยะที่เหมาะสม แต่ก็ไม่ถึงขั้นเอาเป็นเอาตายดังเช่นลำโพงบางคู่ ที่ไม่ประนีประนอมแม้กระทั่งตำแหน่งนั่งฟังผิดเพี้ยนสักนิ้วฟุต

ย่านเสียงกลางเต็มอิ่มไปด้วยเนื้อหนัง เปรียบกับพิซซ่า ก็ต้องเป็นพิซซ่าหนานุ่มซุพรีมเพิ่มขอบชีสนั่นล่ะครับ เมื่อมีสเกลเสียงที่ดูใหญ่ จึงฟังคล้ายกับว่านั่งฟังใกล้ขอบเวที สามารถเห็นและรับรู้ได้ถึงรายละเอียดที่เปลี่ยนไปในแต่ละท่วงทำนอง ชนิดที่ไม่ต้องเพ่งฟัง เพราะทั้งหมดมันลอยอยู่หน้าเราท่านแล้ว

แน่นอน, ลักษณะของเนื้อเสียงที่มีเนื้อหนังในย่านเสียงกลางแบบนี้ จะให้ตัวตนของเสียงที่ไม่ขึ้นขอบคมเช่นเดียวกับเสียงแหลม ฉะนั้น มันจึงฟังดูอ่อนโยน เรียบเรื่อย ฟังสบายเป็นพิเศษ เสียงร้องก็ดี [Carol Kidd: Carol Kidd / Line Record AKCD003] เสียงเครื่องดนตรีในย่านเสียงกลางก็ดี [JOHNY HODGES AND HIS OCHESTRA Blues A-Plenty / VSCD8358] มันช่างฟังดูอบอุ่น นุ่มนวล เสริมจินตนาการให้บรรเจิดยิ่ง

กับเสียงร้องของ Carol Kidd นั้น เสียงของเธอฟังดูเต็มอิ่ม ผ่อนปรน ลื่นไหล ให้ลีลาการขับร้องที่ชวนฝัน แปลกไปจากที่เคยฟัง นั่นทำให้ผมเข้าใจว่า เป็นผลจากบุคลิกลำโพงที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจนนี่เอง

สำหรับเครื่องเคาเช่นเปียโน หรือไซโลโฟนนั้น มันจะดูเด่นน้อยกว่าแนวเพลงขับร้องพอประมาณ นั่นเพราะความสดในช่วงแรกกระทบ หรือที่เราเรียกว่าอิมแพ็คนั้น ยังไม่เฉียบคม เด็ดขาดเพียงพอ การฟังเพลงที่เน้นจังหวะจึงดูจะยังไม่ใช่แนวถนัดสำหรับลำโพงคู่นี้

มีประเด็นปลีกย่อยในช่วงที่ลองฟังประเด็นหนึ่ง จริงๆ แล้ว แผ่นอ้างอิงที่ผมใช้นั้นยังไม่ใช่เนื้อคู่ที่เหมาะสมกับน้ำเสียงของลำโพงคู่นี้เท่าใดนัก เพราะเป็นแผ่นรุ่นเก่า ให้เอาท์พุตที่ค่อนข้างต่ำ เสียงที่เล่นกับแผ่นแนวนี้ มักจะให้เสียงที่ฟังดูไม่เรียกร้องความสนใจเกินไป

แตกต่างกับแผ่นยุคใหม่ ที่เน้นความสด ความสะอาด ความคมชัด เปิดเผย และให้เอาท์พุตแรงเป็นพิเศษ นักเล่นที่สะสมแผ่นแนวนี้ เช่น Jheena Lodwick, Susan Wong หรือ Blue Light Forever หรือค่ายเพลงยุคใหม่ทางสิงคโปร์และฮ่องกง ก็ลองนำแผ่นในกลุ่มนี้ลองฟังกับลำโพงคู่นี้ ดูนะครับ, เข้ากันได้ดีทีเดียว

มาพิจารณาเสียงทุ้มกันต่อ, ผลพวงจากย่านเสียงสูงและเสียงกลางที่อุดมด้วยเนื้อเสียงที่อิ่มหนา ก็ปรากฏอยู่ในย่านเสียงทุ้มเต็มกระเบียด เรียกว่าหากท่านเป็นนักเล่นที่เคยประทับใจในเสียงทุ้มอิ่มใหญ่ เจ้าเนื้อ จากสายยี่ห้อ Monster Cable มาก่อน ก็จะต้องชอบใจเสียงทุ้มของ Usher Audio X-708 คู่นี้เช่นกันแม้จะไม่เหมือนเสียทีเดียว แต่ก็ให้โครงสร้างในลักษณะละม้ายคล้ายคลึง เป็นไปในทำนองเดียวกัน

เสียงทุ้มที่อวบ แม้จะไม่ควบแน่น เข้มข้น อัดเนื้อเสียงให้เป็นตัวเสียงเข้มข้น แต่ก็ให้องศาความเป็นตัวตนในสัดส่วนสูง ฟังดูอิ่มใหญ่เด่นชัด ขอบไม่คมเช่นดังกลาง-แหลม [THE SHEFFIELD DRUM & TRACK DISK / Sheffield lab 10029-2-F] แต่ก็ฟังดูเต็มอิ่ม มีเนื้อมวล ที่สำคัญ คือไม่มีลักษณะของทุ้มบวม เบลอ ตลอดการฟัง เสียงกลองสแนร์ เสียงกระเดื่อง ที่อยู่ในย่านทุ้มตอนบน ต่างอยู่ในพิสัยที่ไดรเวอร์ควบคุมได้อยู่หมัด

นอกจากที่กล่าวมานี้ เสียงทุ้มทั้งย่านยังราบรื่น ราบเรียบดีมาก ไม่โด่งล้ำในช่วงทุ้มตอนบน เช่นดังลำโพงวางขาตั้งหลายคู่ มันฟังดูไม่เรียกร้อง เป็นลำโพงที่ให้เสียงใหญ่เกินตัวจากเสียงทุ้มที่โด่งในลักษณะนี้ ลำโพงน้อยคู่นักในระดับราคาอย่างนี้จะทำออกมาได้

สลับแผ่นมาเป็นพวกกลองจีนดูบ้าง แผ่นรุ่นใหม่เช่นที่ผมแจ้งไว้ข้างต้นนี่แหละครับ ที่เข้ากันได้ดีเป็นพิเศษ เพราะเสียงที่เน้นไปทางคมชัด เมื่อเล่นผ่านลำโพงคู่นี้ จะเสริมในจุดที่ดูด้อย ให้เด่นขึ้นมาอีกพอสมควร [Art for the ear / BURMESTER CD III)

นักเล่นนักฟังรุ่นใหม่ คงชอบใจในเสียงที่ได้ยินข้างต้นเป็นพิเศษ นั่นเพราะเมื่อรวมคุณสมบัติของเสียงทั้งสามย่านเข้าไว้ด้วยกัน มันก็ส่งผลโดยตรงกับมิติเวทีเสียงเช่นเดียวกัน

ลักษณะ เนื้อเสียง ที่อิ่มหนา มีเนื้อข้น ทำให้เสียงไม่บอบบาง ไม่จัด ฟังได้นานในระยะยาว ประเด็นเดียวกันนี้ เมื่อมองในมิติของการจำลองรูปวงและรายละเอียดภายใน ก็เป็นไปในรูปแบบที่ไม่เน้นให้เสียงพุ่งเปิดเข้าหาตำแหน่งนั่งฟังมากเกินไป

เวทีเสียง ในแนวราบนั้น เป็นไปตามสไตล์ลำโพงสมัยใหม่ที่ออกแบบไว้เพื่อการใช้งานอเนกประสงค์ ฟังเพลงได้ ดูหนังดี เป็นพิมพ์นิยมสำหรับลำโพงยุคนี้

ด้านกว้างแผ่จากกึ่งกลาง พ้นจากลำโพงจะโอบโค้งเข้าหาตำแหน่งฟังเล็กน้อย เช่นเดียวกับความเข้มข้นของเสียง ที่ดูทึบเข้มเป็นพิเศษที่จุดกึ่งกลางของเวที และจะค่อยๆ เจือจางลงไปจนชนผนังด้านข้าง

มิติด้านลึก ดูจะเน้นน้อยกว่าด้านกว้างไปบ้าง แต่ก็เรียงลำดับชั้นได้ดี จับระยะตื้นลึกได้โดยไม่ต้องเพ่งฟัง

ใน แนวดิ่ง สูง-ต่ำ ทำได้สวยงาม กลมกลืนกับแนวราบได้ดี ลำโพงบางคู่นั้น เสียงในแนวราบกว้างขวางโอ่อ่า แต่เมื่อพิจารณาแนวดิ่ง กลับไม่สามารถจำแนกระยะได้อย่างชัดเจนเท่า นั่นดูจะไม่ค่อยสมบูรณ์นัก สำหรับลำโพงฟังเพลง [Turtle Creek Chorale TESTAMENT / REFERRENCE RECORDINGS RR-49CD]

ประเด็นนี้ไม่เป็นปัญหาสำหรับ Usher Audio X-708 คู่นี้แม้แต่น้อย

บทสรุป

การจะเลือกลำโพงคู่ชีวิตสักคู่ ในหลายแง่ก็เปรียบได้กับการเลือกคู่ชีวิตสักคน บางคนก็ชอบให้แฟนมีหุ่นเป็นนางแบบ บางคนชอบให้แฟนเป็นคนเรียบร้อย ตรงกันข้าม บางคนกลับชอบให้แฟนมีหุ่นเจ้าเนื้อ อวบอั๋น ก็แล้วแต่รสนิยมของแต่ละคนไป

ก็เพราะลำโพงในโลกเครื่องเสียงใบนี้มีมากมายก่ายกอง ทั้งน้ำเสียง รูปแบบ และระดับราคา มันจึงเป็นเหตุและผลที่คล้ายคลึงกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องเปรียบเปรยเช่นนี้

Usher Audio X-708 เป็นลำโพงจากผู้ผลิตหน้าใหม่ในบ้านเรา แต่เก๋าเกมในสายตาชาวโลก มีดีกรีรับรองจากนิตยสารชื่อดับจากประเทศมหาอำนาจอย่าง TAS กระนั้น ความสงสัยของผมก็ยังไม่จางหาย ไม่ใช่เพราะไม่เชื่อถือนิตยสารชื่อดัง แต่เพราะผมมีความคิดว่า อย่างไรเสียคนไทยด้วยกัน ย่อมเข้าใจพื้นฐานความเป็นมา และรสนิยมการเล่นเครื่องเสียงได้ลึกซึ้งกว่าที่ต่างชาติมองเรา

ฝรั่งมังค่าชาติไหน จะเข้าใจคนไทยด้วยกันเองได้ดีเท่าคนไทยเล่า ?

Usher Audio X-708 เป็นลำโพงที่มีเนื้อเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ มีเนื้อเสียงอิ่มหนา อุดมสมบูรณ์ด้วยเนื้อหนัง สำเนียงที่สุภาพ อ่อนโยน ไม่ก้าวร้างดุดัน โดยแลกกับความสด เด็ดขาด ฉะฉานไปบ้าง นั่นทำให้เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับใช้เพื่อการฟังเพลงผ่อนคลายเป็นพิเศษ

มิติเวทีเสียงสมราคา คงลักษณะของลำโพงสมัยใหม่ที่ใช้กับงานหลายประเภทครบถ้วน เด่นด้านกว้างให้ตีวงโอบล้อมเข้าหาตัวเล็กน้อย เพื่อยามที่ต้องใช้งานในระบบโฮมเธียเตอร์ จะสามารถเชื่อมกับสนามเสียงส่วนหลังได้อย่างแนบเนียน

เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับแนวเพลงสมัยใหม่ โดยเฉพาะค่ายทางฝั่งเอเชียยุคหลังสหัสวรรษ ที่เน้นคุณภาพการบันทึกให้มีความชัด คม และมีเอาท์พุตสูงเป็นพิเศษ แผ่นจำพวกนี้จะช่วยเสริมในบางประเด็นให้การฟังเพลงมีความไพเราะ และมีความหลากหลายในการฟังมากยิ่งขึ้น

ความประณีตสวยงามของตัวตู้ คือสิ่งที่น่าภูมิใจอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่ได้ครอบครอง ลำโพงน้อยคู่นัก ที่แม้ไม่ได้ฟัง ก็ยังรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของ

ลองหาโอกาสสัมผัสด้วยตัวท่านเองสักครั้งนะครับ

หมายเหตุ : ขอขอบคุณ หจก. ออดิโอคอมกรุ๊ป โทร 0-2638-9148, 0-2295-4772 ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายที่ได้เอื้อเฟื้อลำโพงในการทดลองฟังครั้งนี้


 




Audiocom Group Co., Ltd. 
E -Mail : audiocom@loxinfo.co.th 
729 / 40 Rama 3 Rd., Yannawa Bangkok 
Tel. (662) 295-4772,  (662) 255-7983 Fax. (662) 295-4771

© 2005 ACG International. All rights reserved.